โม่แป้งด้วยโม่หิน ความประณีตของขนมครกโบราณ

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

การทำขนมครกสมัยใหม่ในขั้นตอนของการเตรียมแป้งขนมครก ก็มักจะใช้แป้งสำเร็จรูปจากโรงงานเนื่องจากมีความสะดวกและสามารถเลือกซื้อได้จากร้านค้าทั่วไป โดยผู้ทำขนมครกแต่ละรายก็จะมีสูตรแป้งที่เป็นสูตรลับของตัวเอง ทำให้ได้รสชาติที่อร่อยแตกต่างกันออกไป

แต่ความอร่อยแบบเป็นตำนานของขนมครก ย่อมไม่มีอะไรเทียบเท่าได้กับขนมครกที่ใช้แป้งที่โม่เองด้วย “โม่หิน” ซึ่งยังสามารถพบเห็นวิธีการโม่แป้งขนมครกได้ในชุมชนที่อนุรักษ์วิถีไทยในหลายๆ ชุมชน

โม่หินที่ใช้ในการโม่แป้ง ที่พบเห็นในชนบทมีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กที่สามารถอุ้มได้คนเดียว หรือขนาดใหญ่ที่เวลาจะขนย้ายต้องแยก “ฐานครก” ออกจาก “ตัวบด” ถึงจะขนย้ายได้เพราะมีน้ำหนักมากนั้นเอง

การโม่แป้งขนมครกสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวคือใช้มือด้านที่ถนัดจับมือหมุน แล้วหมุนบดไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน ก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งคอยหยอดข้าว และเติมน้ำลงไปที่ช่องด้านบน แต่ถ้าเครื่องโม่มีขนาดใหญ่ ก็มักต้องมีคนช่วยกันบด 2 คน โดยคนหนึ่งทำให้หน้าที่หมุนแกนบด อีกคนหนึ่งก็คอยเติมข้าว คอยหยอดน้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้แป้งตามที่ต้องการ

เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มความหอมอร่อยของขนมครกโบราณนั้นก็คือการใช้ถ่านไม้ในการให้ความร้อนกับกะทะแม่พิมพ์ขนมครก ซึ่งด้วยความร้อนที่สม่ำเสมอของถ่านไม้จากเตาจะทำให้ได้เนื้อขนมครกที่นุ่มลิ้นและยังได้กลิ่นหอมของถ่านไม้ติดจมูกเวลาเคี้ยว ซึ่งจะแตกต่างจากการใช้เตาแก๊สในการปรุงขนมครกอย่างเห็นได้ชัด

ในปัจจุบันได้มีผู้ทำขนมครกหลายรายที่ได้สร้างความแตกต่างของแป้งขนมครก เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่ชอบรับประทานขนมครกแต่ต้องการหารสชาติที่แตกต่าง โดยการหันมาโม่แป้งเองด้วยมือ ซึ่งการหาจุดขายด้วยวิธีนี้ก็สามารถเรียกลูกค้าจำนวนมากให้มาเป็นลูกค้าขาประจำได้

ขนมครกเป็นอาหารไทยโบราณที่ได้มีการปรับปรุงสูตรให้เข้ากับสมัยนิยมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเติมวัสดุใหม่ๆ ผสมลงในแป้ง หรือการโรยหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งก็สามารถตอบสนองลูกค้าที่ต้องการ ลิ้มรสขนมครกรูปแบบใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี