เลือกทุเรียนอย่างไร ให้พร้อมทาน เรามีเคล็ดลับ

ฉลาดเลือก - ฉลาดซื้อ

     ในหน้าเทศกาลแบบนี้ หากไม่พูดถึงผลไม้ยอดฮิตอย่าง “ทุเรียน” นั้น คงเป็นไปไม่ได้ สำหรับคำว่า “ทุเรียน” (Durian) มาจากภาษามาลายู Duri ซึ่งแปลว่า “หนาม” เป็นพืชพื้นเมืองของ อินโดนีเซีย, บรูไน และมาเลยเซีย ทุเรียน จัดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติเฉพาะตัว อีกทั้งยังมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หลายคนอาจบอกว่าเหม็น แต่ในอีกหลายคนกลับบอกว่าหอม มีเนื้อสีเหลืองทองเหมือนคัสตาร์ด ส่วนรสชาตินั้น มีหลายท่านบอกว่า คล้ายอัลมอนด์ แต่คุณรู้ไหมว่า ทุเรียนนั้น มีมากมายกว่า 600 สายพันธุ์ โดยมีราคาที่แตกต่างกันออกไป แต่สายพันธ์ที่นิยมรับประทาน ได้แก่

พันธุ์ก้านยาว = นิยมปลูกในจังหวัดนนทบุรี มีราคาแพง หากรับประทานได้ยาก

พันธุ์หมอนทอง = มีกลิ่นไม่แรงมาก รสชาติหวานมันกำลังดี หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วงป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็งได้

พันธุ์ชะนี = มีกลิ่นแรง และมีรสจัด จึงนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหาร หรือขนม

พันธุ์กระดุม = ลักษณะผลค่อนข้างเล็ก หาซื้อง่าย มีราคาถูกกว่าพันธุ์อื่น ๆ

พันธุ์หลงลับแล = เป็นทุเรียนพื้นเมืองจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเนื้อเหนียวละเอียด รสชาติหวานมัน มีกลิ่นไม่แรงมาก

พันธุ์พวงมณี = เป็นทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองจากภาคตะวันออก รสชาติอร่อย ไม่แพ้พันธุ์อื่น ๆ มีรสหวานจัด เนื้อละเอียด แต่มีเนื้อน้อย หารับประทานได้ยาก

พันธุ์ภูเขาไฟ = ชื่อนี้มีที่มาจากการเพาะปลูกในบริเวณพื้นที่ภูเขาไฟเก่า จึงเป็นแบรนด์ทุเรียนของจังหวัดศรีสะเกษ

พันธุ์ชะนีเกาะช้าง = ปลูกที่เกาะช้าง จังหวัดตราด จึงทำให้เป็นทุเรียนที่มีวิตามิน และสารอาหารอย่างมากมาย มีเนื้อเนียนนุ่ม

ทุเรียนคุณภาพดี พร้อมรับประทาน มีวิธีดูอย่างไร

1. ดูที่ปลิง หากแก่จัด ปากปลิงจะบวมโต และขั้วก้าน จะสากเมื่อสัมผัส

2. ดูที่หนาม หากสุกแล้ว ปลายหนามจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม เวลาเอานิ้วบีบปลายหนามจะยืดหยุ่นเข้าหากัน

3. สีเปลือกเปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีเขียวปนน้ำตาล

4. พูเปล่ง ขั้วแข็งไม่หลุด ร่องพู จะมีความชัดเจนมาก และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง

5. เคาะที่โกรกหนาม จะมีเสียงโพรกหลวม ๆ

ทุกส่วนของต้นทุเรียนนั้น เป็นตัวยาแผนไทยชั้นดี ถือเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยา ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับร่างกายเราได้ เช่น ใบ ช่วยเรื่องขับพยาธิ เนื้อ ช่วยแก้โรคผิวหนัง ทำให้ฝีแห้ง และช่วยขับพยาธิ เปลือกทุเรียน แม้จะมีรสชาติเฝื่อน แต่สามารถใช้สมานแผล แก้คางทูม และไล่ยุง ไล่แมลงได้ดี

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *