วิธีเลือกปูม้า ให้เนื้อแน่น สดใหม่ เหมือนส่งจากทะเล

ฉลาดเลือก - ฉลาดซื้อ

     อาหารทะเล ถือเป็นอาหารยอดฮิตในทุกเพศทุกวัย ทุกครั้งที่เราได้ไปทะเลนั้น เชื่อมั่นว่า สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือ ปูม้าเนื้อแน่น ๆ และสด และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องศึกษา ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ชื่นชอบในการทานปู

     โดยวิธีการเลือกปูม้าให้สดอร่อยนั้น ให้สังเกตุจะมีเขียวเข้ม อ้วน ก้ามใหญ่ ตัวหนัก ตาใส ที่สำคัญ ควรเลือกแบบยังมีชีวิตอยู่ และการที่จะเลือกปูม้าที่เนื้อแน่น ๆ นั้น ให้ใช้นิ้วกดตรงหน้าอก ด้านใต้ตรงข้ามกระดองปู หากแน่นไม่ยุบลงง่าย แปลว่าเนื้อแน่นอน หรือหากกดบีบที่ขา ปูเนื้อแน่นขาจะไม่ยุบ หากยุบลงไปแสดงว่าไม่มีเนื้อ แต่จะดูที่น้ำหนักของตัวปูนั้น ก็ได้เช่นกัน เพียงแค่จับยกเปรียบเทียบกันดู จะรู้สึกได้ว่า ตัน ๆ แน่น ๆ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว แม่ค้าในตลาดเมื่อได้ปูมาแล้ว จะคัดแยกออกมา แล้วขายปูที่แน่น ๆ หรือมีไข่ แพงกว่าปกติ ดังนั้น เราจึงควรเลือกปูที่มีความสดอยู่เสมทอ ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าแม่ค้าได้

     แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าปูม้าตัวไหนเป็นตัวผู้ตัวเมีย มีวิธีการดูดังนี้ ปูม้าตัวผู้ จะมีกระดองใต้ท้องที่แหลม จะมีเนื้อแน่นหวาน หากเป็นปูม้าตัวเมีย กระดองใต้ท้องจะมีมุมที่บานใหญ่

วิธีนึ่งปูม้าอย่างไร ให้อร่อย

1. นำปูม้ามาล้างน้ำให้สะอาดก่อน เป็นอันดับแรก เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า สถานที่เราซื้อปูมานั้น เป็นแบบไหน สะอาดหรือไม่สะอาด

2. นำภาชนะที่ใช้สำหรับนึ่งมาตั้งไฟให้น้ำเดือด หลังจากน้ำเดือดแล้ว ให้หงายท้องปูม้านำมาวางเรียบบนภาชนะ

3. หลังจากวางเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นึ่งต่อไปประมาณ 10-14 นาที เพียงแค่นี้ก็ได้เนื้อปูม้าที่หวานหอม เนื้อแน่น มารับประทานกันอย่างอร่อยแล้ว

ประโยชน์ของปูม้า มีอะไรบ้าง

ในเนื้อปูม้านั้น จะมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และยังมีวิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง บีสอง บีสาม วิตามินดี และวิตามินซี เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปูม้าเป็นอาหารทะเลที่มีคาร์โบไฮเดรต และคอเลสเตอรอลที่สูง ดังนั้น หากรับประทานในปริมาณที่มาก และบ่อยจนเกินไป อาจส่งให้ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างง่าย ที่สำคัญอาหารทะเลต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ปูม้าเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังสามารถช่วยไม่ให้เป็นโรคคอหอยพอก อีกทั้งยังช่วยพัฒนาสมอง และพัฒนาระบบประสาท ซึ่งก่อนให้เกิดผลดีต่อการรักษาโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *