วิธีเลือกซื้อ “อาหารกระป๋อง” เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย

ฉลาดเลือก - ฉลาดซื้อ

     ปัจจุบันนี้ เพื่อความสะดวกสบาย ในหลาย ๆ ท่านหันมาบริโภคอาหารกระป๋องกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสะดวก รับประทานง่าย หรือสามารถรับประทานได้ทันที แต่ในบางท่านอาจนำอาหารกระป๋องมาส่วนประกอบของอาหาร อีกทั้งในปัจจุบันอาหารกระป๋องถูกผลิตออกมาให้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ปลากระป๋อง ผักกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง เนื้อกระป๋อง แกงกระป๋อง หรือแม้แต่ข้าวสวย ก็ถูกนำมาบรรจุลงกระป๋อง

นอกจากที่เรากล่าวมาแล้วนั้น ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารกระป๋องอีกมากมาย แต่การจะเลือกซื้อมารับประทานนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้ออาหารกระป๋องมาเก็บไว้รับประทาน ต้องพิจารณาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประกอบกันด้วย เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก รวมไปถึงคนในครอบครัวของคุณอีกด้วย

วิธีเลือกซื้ออาหารกระป๋องอย่างไร ให้ปลอดภัย

1. วันเดือนปีที่ผลิต และวันเดือนปีหมดอายุ

คุณสามารถดูได้จากฉลากที่ติดอยู่ตัวผลิตภัณฑ์ เรื่องวันเดือนปีนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นควรดูทุกครั้งที่เลือกซื้อ เพราะหากคุณได้ซื้ออาหารกระป่องที่หมดอายุ แล้วรับประทานเข้าไปนั้น จะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ และควรเลือกกระป๋องที่เพิ่งผลิตมายังไม่นาน

2. ภาชนะบรรจุ

ดูที่ภาชนะบรรจุนั้น ต้องไม่บุบ บวม โป่ง มีรอยรั่ว หรือเป็นสนิม เพราะหากมีลักษณะดังกล่าวแล้ว ไม่ควรซื้อมารับประทาน เพราะบ่งบอกถึงการเก็บรักษาที่ไม่ดี เนื่องจากอาหารกระป๋องในบางชนิดนั้น หากเก็บรักษาไม่ดี อาจทำให้เกิดแก๊สขึ้นภายใน ซึ่งจะทำให้กระป๋องบวมขึ้นมาได้ ดังนั้น ควรเลือกซื้ออาหารกระป๋องที่มีรูปร่างคงเดิม

3. แหล่งผลิต และสถานที่ผลิต

ควรดูแหล่งผลิต สถานที่ผลิต รวมไปถึงสถานที่จัดจำหน่ายควรเป็นสถานที่มีอยู่จริง และเชื่อถือได้เท่านั้น ไม่ควรเลือกซื้ออาหารกระป๋อง ที่มีแหล่งผลิตที่ไม่แน่นอน เพราะการผลิตอาจไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเมื่อซื้อมาบริโภคแล้วนั้น อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

4. มีชื่อ และส่วนผสมประกอบต่าง ๆ

ที่ฉลากบนอาหารกระป๋องนั้น ควรมีชื่อ และส่วนผสมส่วนประกอบต่าง ๆ ของอาหารอยู่อย่างชัดเจน รวมไปถึงปริมาตร น้ำหนักสุทธิ และเลขจดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งควรมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย จากองค์การอาหารและยา หรือที่เรารู้จักกันว่า อย. นั่นเอง

5. ไม่มีกลิ่น

เมื่อเปิดกระป๋องออกมาแล้วนั้น อาหารภายในกระป๋อง ต้องไม่มีกลิ่น หรือภายในกระป๋องต้องไม่มีรอย หรือเป็นสนิม เพราะหากเกิดมีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ไม่ควรที่จะรับประทานอาหารนั้น แต่อย่าเสียดาย ควรทิ้งไปทันที

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *