เลือกซื้อเห็ดเผาะอย่างไร ให้ได้คุณภาพ และความอร่อย

ฉลาดเลือก - ฉลาดซื้อ

     เห็ดเผาะ มีลักษณะเป็นลูกกลม ๆ พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคเหนือของไทย จะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ ที่ชาวล้านนาเรียกกัน เป็นเห็ดที่มีคุณค่า และรสชาติอร่อย ที่ได้ชื่อว่าเห็ดเผาะนั้น มาจากเวลาที่เคี้ยวเห็ดชนิดนี้ จะมีความมัน กรอบ ส่วนภายในของเห็ดจะกลวง เมื่อเคี้ยวแล้วจะเกิดเสียงดังเผาะ ๆ จึงเรียกกันว่า เห็ดเผาะ ซึ่งเห็ดชนิดนี้จะไม่มีราก และลำต้น มีเปลือก 2 ชั้น ดอกเห็ดเมื่อโตแล้ว จะเป็นรูปดาว ผิวสีขาวเรียบนวล และเปื้อนดิน

วิธีเลือกซื้อเห็ดเผาะ

เห็ดเผาะที่สดนั้น จะต้องไม่แช่ หรือผ่านการล้างน้ำมาก่อน หากใครที่ชอบแบบเคี้ยวกรุบ ๆ ควรเลือกเห็ดอ่อน โดยจะเป็นเห็ดลูกเล็ก ๆ ที่เปลือกภายนอกจะมีสีขาว ไล่ไปจนถึงน้ำตาลอ่อน เคี้ยวแล้วเนื้อในจะมีน้ำเห็ดไหลอยู่ในปาก หากชอบแบบเนื้อเหนียว ควรเลือกเห็นแก่ ลูกจะใหญ่เป็นระยะสุดท้ายของเห็น เปลือกภายนอกสีน้ำตาลดำ เมื่อเอานิวบีบลงไป จะรู้สึกถึงความแข็ง และเหนียวได้อย่างชัดเจน

วิธีเก็บรักษาเห็ดเผาะ

หากยังไม่ได้นำมาประกอบอาหาร อย่าเพิ่งทำการล้าง เพราะจะทำให้เห็ดเสียง่าย ให้ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ จากนั้นนำแช่ตู้เย็นไว้ หรือหากต้องการล้างทำความสะอาด เอาดินที่ติดอยู่ออกให้หมด จากนั้นนำไปต้มเกลือ ต้มจนสุกในน้ำเดือดจัด ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นตักเห็ดที่ยังร้อนอยู่ แช่ในน้ำเย็นจัด เพื่อให้ความกรอบของเห็ดยังคงอยู่ นำขึ้นสะเด็ดน้ำ แบ่งเก็บใส่ถุงพลาสติก โดยแบ่งไว้ในแต่ละถุง ให้พอสำหรับการทำอาหาร 1 มื้อ เพียงเท่านี้ ก็สามารถถนอมอาหาร โดยแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง จะเก็บไว้ได้นาน เช่นเดียวกัน

สรรพคุณ และประโยชน์ของเห็ดเผาะ

เห็ดเผาะ ช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง รักษาอาการช้ำใน ป้องกันวัณโรค ยับยั้งการเกิดของเซลล์มะเร็ง สมานแผลได้อย่างรวดเร็ว ลดการบวม หรืออักเสบ แก้ร้อนใน และแก้ไข้ ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว หยุดไหลได้ง่ายขึ้น บรรเทาอาการคันตามนิ้วมือนิ้วเท้า ในต่างประเทศเชื่อว่า เห็ดเผาะเป็นยาที่หายาก เช่นในประเทศอินเดีย เนปาล และอีกหลายประเทศในแอฟริกา โดยใช้เป็นยากระตุ้น ในการหลั่งเอ็นไซม์ ย่อยแป้ง น้ำตาล บำรุงตับอ่อนให้แข็งแรง และหลังอินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไปสู่ขบวนการใช้น้ำตาลในร่างกายได้ดีขึ้น โดยสรุปแล้วคือ ในต่างประเทศใช้เป็นยาในการรักษาโรคเบาหวาน พอน้ำตาลสามารถควบคุมได้แล้ว ให้ทานเห็ดเผาะวันละ 1-2 ดอกเป็นประจำ

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ความสำคัญของภาษาถิ่น
ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่พูดกันในท้องถิ่นต่างๆ ตามปกติ เป็นภาษาที่คนในถิ่นนั้นๆ ยังคงพูดและใช้อยู่จำนวนมาก คำบางคำในภาษากลางได้เลิกใช้ไปแล้ว แต่ในภาษาถิ่นยังคงรักษาขนบธรรมเนียมไว้เป็นอย่างดี

ในการศึกษาภาษาถิ่นย่อมจะศึกษาท้องถิ่นในด้านที่อยู่อาศัย ความเป็นอยู่ ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมได้ เพราะภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ภาษาถิ่นจะรักษาคำเดิมได้ดีกว่าภาษามาตรฐาน เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงทางภาษาและวัฒนธรรมน้อยกว่า นอกจากนี้การศึกษาในท้องถิ่นมีประโยชน์ในการศึกษาด้านวรรณคดีอีกด้วย เพราะวรรณคดีเก่าๆ นั้น ใช้ภาษาโบราณ ซึ่งเป็นภาษาถิ่นจำนวนมาก เช่น วรรณคดีสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถ้าเราไม่เข้าใจภาษาถิ่นที่ใช้ ก็จะตีความไม่ออกและยากต่อการศึกษาวรรณคดีนั้นๆ ได้ ฉะนั้นเราจึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาภาษาถิ่นทุกถิ่น จึงจะมีความรู้กว้างขวาง เช่น ในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ว่า

“เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้สิบเก้าเข้า” คำว่า “เข้า” แปลว่า ปี สิบเก้าเข้า คือ อายุเต็ม 18 ย่าง 19

“ตนกูพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้ขุนสามขนพ่ายหนี” คำว่า แพ้ ในที่นี้ เป็นภาษาถิ่นเหนือ แปลว่าชนะ คำว่า พ่าย จึงแปลว่า แพ้ ถ้าเป็นภาษากลาง คำว่า พ่าย หรือคำว่าแพ้ แปลเหมือนกันคือไม่ชนะ

ข้อความนี้หมายถึงพ่อขุนรามคำแหงทรงไสช้างเข้าชนกับช้างของขุนสามชนตัวที่ชื่อมาสเมือง และพระองค์ทรงสามารถรบชนะขุนสามขนจนขุนสามชนแพ้แล้วไสช้างหนีไป (ระวีวรรณ อินทร์แหยม, 2542, หน้า 10)

นอกจากนี้ ฉันทัส ทองช่วย (2534, หน้า 13-15) กล่าวว่า ภาษาถิ่น เป็นภาษาของกลุ่มชาติที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาษาไทยถิ่นเป็นภาษาของกลุ่มชาวไทย ซึ่งอาศัยกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ภาษาถิ่นของชนกลุ่มใดย่อมเป็นภาษาที่มีความสำคัญต่อชนกลุ่มนั้นมากที่สุด เพราะเป็นภาษาที่ใช้พูดติดต่อสื่อสารร่วมกันมาตั้งแต่เกิด โดยสามารถพิจารณาจากเจ้าของภาษาและผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับภาษาได้ดังนี้

ภาษาถิ่นเป็นภาษาประจำถิ่นของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นภาษาที่ต้องใช้ติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาที่ใช้มาตั้งแต่แรกเกิด ได้เรียนรู้ จดจำ สืบทอดและร่วมรับในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เป็นภาษาที่มีความสำคัญในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ภาษาถิ่นจึงมีความสำคัญต่อกลุ่มชนผู้เป็นเจ้าของภาษานั้นๆ มากที่สุด

ภาษาถิ่นเป็นวัฒนธรรมส่วนหนึ่งที่ควรศึกษา เพราะการศึกษาภาษาถิ่นจะช่วยให้เข้าใจสภาพสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชนได้ทางหนึ่ง ภูมิปัญญาของชาวบ้านด้านต่างๆ เช่น เพลงกล่อมเด็ก นิทาน ปริศนาคำทาย ชื่อบุคคล ชื่อพืชและชื่อสัตว์ ชื่อสิ่งของเครื่องใช้ ชื่ออาหารเครื่องดื่ม บทสวดในพิธีกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นต่างๆ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารถ่ายทอดทั้งสิ้น

ภาษาถิ่นเป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชน เราอาจกล่าวได้ว่ากลุ่มระดับชาวบ้านที่ใช้ภาษาเดียวกันในชีวิตประจำวันสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนจะต้องมีประวัติความเป็นมาร่วมกัน เช่นชาวไทยถิ่นตากใบกับชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยในอำเภอตุมปัต รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพูดภาษาไทยถิ่นตากใบในชีวิตประจำวันอยู่ในขณะนี้ จะต้องมีประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนร่วมกันมาในอดีต ปัจจุบันก็ต้องเกี่ยวข้องกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี แสดงว่าเราสามารถใช้ภาษาถิ่นเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนได้

ภาษาถิ่นเป็นบ่อเกิดของวรรณกรรมท้องถิ่น ผลการสำรวจวรรณกรรมท้องถิ่น ที่สืบทอดกันด้วยวาจา หรือเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาปากต่อปาก (มุขปาฐะ) และวรรณกรรมที่ได้มีผู้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น วรรณกรรมสมุดข่อย วรรณกรรมใบลานและ ศิลาจารึก พบว่ามีจำนวนมหาศาล วรรณกรรมเหล่านี้มีหลายประเภท เช่น วรรณกรรมเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ นิทานประโลมโลก ตำนาน เป็นต้น วรรณกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ เป็นวรรณกรรมที่ใช้ภาษาถิ่นเป็นสื่อในการถ่ายทอด ดังนั้นถ้าไม่มีภาษาถิ่นวรรณกรรมท้องถิ่นเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ดังนั้น ภาษาถิ่นจึงมีความสำคัญคือ เป็นภาษาประจำถิ่นของกลุ่มชนที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และสืบทอดต่อเนื่องมายังลูกหลาน โดยผ่านวัฒนธรรมทางภาษาที่เป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์และเป็นบ่อเกิดของวรรณกรรมท้องถิ่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *