ติดโควิดอีก 2! เคส “ดีเจมะตูม” เล็ง “เอาผิด” หลังพบว่าหลายคนให้การไม่สอดคล้อง-ปกปิดข้อมูล

ข่าวล่าสุดวันนี้

(28 ม.ค.64) เมื่อเวลา 11.30 น. แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงในช่วงหนึ่งถึงกรณี ดีเจมะตูมติดเชื้อโควิด-19 ว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 24 ราย (ณ วันที่ 27 ม.ค.) แต่วันนี้จะมีการรายงานเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อรวมเป็น 26 ราย แต่ยังไม่นับรวมผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 113 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 53 ราย อาจจะมีการทยอยรายงานตัวเลขต่อเนื่องในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เกิดความกังวลว่าผู้ที่มีการสัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำจากกรณีดีเจมะตูม มีการสอบสวนโรคเจอว่าไปสถานที่หลายแห่ง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และสิ่งที่กรมควมคุมโรคกังวลคือ ผู้ติดเชื้อแต่ละคนให้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ทั้งที่ไปสถานที่ใกล้เคียงกัน แต่ให้การให้ลักษณะที่ทำให้ฝ่ายควบคุมโรคสับสน ไม่สอดคล้อง หรือบางคนมีการปกปิดข้อมูล กรณีเช่นนี้อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดออกไป โดยการป้องกันควบคุมนั้นอาจล่าช้า ไม่ทันการณ์

แพทย์หญิงอภิสมัย ระบุต่อไปว่า วันนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทำหนังสือทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร แล้ว โดยกรมควบคุมโรคเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 รวมถึงกฎหมายอื่นด้วย

1. มีความผิดฐานขัดขวาง หรือไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ มีโอกาสต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

2. อาจมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับควาเสียหายตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. สถานที่ใช้จัดงานเลี้ยง อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนการห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค และไม่จัดให้มีมาตรการการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด รวมทั้งบุคคลที่ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ ก็อาจะเข้าข่ายฝ่าฝืนการห้ามทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในสถานที่แออัด ซึ่งเป็นมาตรการตามข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย่อมเป็นความผิด ซึ่งอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ กทม. เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดตามคำสั่ง ศบค. ลงวันที่ 3 ม.ค. 2564 เพราะฉะนั้นใน 1-2 วันนี้ต้องติดตามว่าจะมีการรายงานเรื่องความผิดทางกฎหมายอย่างไร และปัจจุบันเกิดปรากฏการณ์สังคมลงโทษผู้ติดเชื้อ จึงอยากให้สังคมติดตามข่าวโดยไม่ตัดสินโดยใช้อารมณ์ อยากให้การเรียนรู้กรณีนี้นำไปสู่การป้องกันในโอกาสหน้า ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เป็นการใช้ชีวิตของชุมชนเมือง อยากให้ประชาชนติดตามอย่างกระชั้นชิด การลงผู้ติดเชื้อบางครั้งก็ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขอให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายของภาครัฐที่จะดูแล ขอให้ประชาชนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อหามาตรการที่จะร่วมมือกันจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีเหตุใกล้เคียงกันที่ไอคอนสยาม พบผู้ติดเชื้อแล้ว 7 ราย และมีสัมผัสเสี่ยงสูงที่จำเป็นต้องมีการสอบสวนเฝ้าระวังต่อมากกว่า 200 ราย และยังต้องทำการค้นหาเชิงรุกอย่างหนัก.

แหล่งข่าว https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2021599