ยืนยันแล้ว “จัสติน ชูเกียรติ” ติดโควิด สั่งแยกกักตัว-สว็อบกลุ่มเสี่ยง พร้อมส่งทีม สธ.สอบสวนโรค

ข่าวล่าสุดวันนี้

(24 เม.ย.64) ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวนายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือ จัสติน แกนนำกลุ่มราษฎร และจำเลยคดี 112 ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ได้รับทราบว่านายชูเกียรติ ติดเชื้อโควิด-19 โดยเจ้าตัวมีอาการไข้ พยาบาลประจำเรือนจำฯ จึงเข้าไปตรวจดูอาการพบว่ามีความผิดปกติ จึงทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีสว็อบ ซึ่งผลตรวจยืนยันเป็นบวก ขณะนี้ได้นำนายชูเกียรติไปรักษาต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว ทั้งนี้ นายชูเกียรติถูกควบคุมอยู่ในแดนกักโรคร่วมกับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ และผู้ต้องขังอื่นรวม ซึ่งทั้งหมดถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ โดยได้สั่งให้ทำการตรวจหาเชื้อและแยกกักตัวแล้ว คาดว่าจะทราบผลตรวจค่ำวันนี้ และยังมีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานดูแลผู้ต้องขังกลุ่มนี้ก็ได้สั่งกักตัวและตรวจเชื้อแล้วเช่นกัน

“เมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) ราชทัณฑ์พบว่ามีผู้ต้องขังใหม่ติดเชื้อ 4 ราย โดยทั้งหมดถูกควบคุมในแดนกักโรค ซึ่งกลุ่มแกนนำราษฎรทั้งหมดก็ถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนกักโรคเช่นกัน เนื่องจากต้องเดินทางไปกลับศาลบ่อยครั้ง ผมขอยืนยันว่าผู้ที่ติดเชื้ออยู่ในแดนกักโรค ส่วนผู้ต้องขังแดนปกติที่อยู่ด้านในเรือนจำไม่มีความเสี่ยง และไม่ได้รับเชื้อ อย่างไรก็ตามขณะนี้ศูนย์บริการสาธารณสุข 17 กรมควบคุมโรค ได้เข้าไปสอบสวนโรคแล้ว และขอความร่วมมือนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายจตุภัทร์ และผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์เมื่อวานตรวจหาเชื้อและกักตัวเอง” เลขานุการ รมว.ยุติธรรม กล่าว

ด้าน นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายชูเกียรติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในแดนกักโรคที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลา 14 วันหลังกลับจากศาล ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างบริเวณหลังโพรงจมูกของนายชูเกียรติ ไปตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นบวก พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ดำเนินการส่งตัวไปเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ภายในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ต้องแยกกักตัวเจ้าหน้าที่ 9 ราย และผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มสัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงในห้องแยกกักโรคและสถานพยาบาลเรือนจำฯ จำนวน 26 ราย พร้อมดำเนินการเก็บตัวอย่างบริเวณหลังโพรงจมูกตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอผลการตรวจเชื้อ ระหว่างนี้ทางเรือนจำฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำขึ้น เพื่อรองรับการรักษาผู้ต้องขังที่มีการติดเชื้อแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการป่วยเล็กน้อย

แหล่งข่าว https://www.dailynews.co.th/crime/839161