​หลังโควิค-19 จบลง โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร

โควิด-19 เปลี่ยนโลก

          เป็นที่รู้ดีกันอยู่แล้วว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ได้สร้างความวุ่นวายให้กับโลกเป็นอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คน ต้องยอมรับว่า ไวรัสตัวนี้นอกจากจะรุนแรงแล้ว ยังรวดเร็ว และขยายวงกว้างกว่าที่เคยได้ประเมินไว้จริง ๆ ต้องขอบคุณบุคลากรทางสาธารณสุขแนวหน้าทุกท่าน รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วโลก ที่พยายามเยียวยาผลกระทบอันใหญ่หลวงนี้ ดังนั้นการอยู่บ้าน เพื่อหยุดการแพร่ และรับเชื้อ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ แต่ทุกวิกฤตเมื่อเกิดแล้ว ย่อมมีการจบสิ้น เป็นเรื่องธรรมดา แต่ยังมีคำถามที่ตามมาคือ เมื่อวิกฤตครั้งนี้ สิ้นสุดลงแล้ว โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ในวันนี้เราจึงมีข้อคิดให้คุณได้มองไปข้างหน้า และคิดตามกัน ในแง่มุมอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

1. ทวนกระแสโลกาภิวัตน์

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้ เราได้เห็นในหลายประเทศใช้นโยบายแบบเน้นตนเอง อย่างชัดเจนอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงสงครามการค้าที่ปะทุขึ้น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งเสริมให้บริษัทสัญชาติอเมริกันกลับมาผลิตในประเทศมากขึ้น และกีดกันการค้าจากต่างประเทศ ซึ่งประเด็นนี้กลับมาชัดเจนยิ่งขึ้นอีกครั้ง ด้วยวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังตอกย้ำความเชื่อของฝ่ายขวาจัด และผู้ไม่สนับสนุนโลกาภิวัตน์ว่า การพึ่งพิงระบบการผลิตระหว่างประเทศมากเกินไปเป็นเรื่องอันตราย

2. ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข

จากวิกฤตโควิด-19 นี้ ได้สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลหลายประเทศหันมาใส่ใจ ในพื้นฐานด้านสาธารณสุขของประชาชน และไม่ปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวจัดการอย่างที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐฯ ที่ระบบสาธารณสุขไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดังนั้นวิกฤตครั้งนี้ จึงชี้ให้เห็นว่า การที่บุคคลจะเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ หรือไม่นั้น ไม่ควรจะเป็นเรื่องของปัจเจกชนอีกต่อไป เพราะการที่คน ๆ หนึ่ง เป็นพาหะของโรคระบาดอยู่ แต่ไม่สามารถใช้บริการตรวจไวรัสได้ เพราะจ่ายเงินค่าตรวจไม่ไหว และยังคงใช้ชีวิตตามเดิมต่อไป จึงทำให้แพร่เชื้อโรคต่อไปให้กับผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว จนในที่สุดการควบคุมโรคจะทำได้ยาก

3. สังคมก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ย้อนกลับไปในสมัยการระบาดของโรคซาร์สปี 2545 ก็ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ อย่างอีคอมเมิร์ซในประเทศจีน โดยเฉพาะอาลีบาบา และเจดีดอทคอม เพราะผู้คนหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากพื้นที่สาธารณะ และหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น ดังนั้นเมื่อมาถึงวิกฤตนี้ ก็จึงต้องทิ้งร่องรอยไว้เช่นกัน โดยการตอกย้ำให้ร้านค้า และห้างสรรพสินค้าแบบดั้งเดิม ต้องเร่งพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพื่อช่วงชิงตลาดจากการค้าแบบออนไลน์มากขึ้นอีก รวมไปถึงเทคโนโลยีดิจัทัลที่มีมานานแล้ว แต่คนยังไม่นิยมใช้กันมากนัก

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *