หลังวิกฤติโควิค-19 เกิดบรรทัดฐานใหม่บนโลกธุรกิจ

โควิด-19 เปลี่ยนโลก

          การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มาถึงจุดที่แพร่ระบาดออกไปทั่วโลก หลายประเทศเตรียมเลิกใช้มาตรการล็อคดาวน์ แต่นับจากนี้ มุมมองของคนทั่วโลกจะไม่เหมือนเดิม และมีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจของบริษัททั่วโลก มาดูกันว่า บรรทัดฐานใหม่ หลังหมดโควิค-19 มีอะไรบ้าง

          จากบทความของแมคเคนซีย์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ได้ออกมาเผยรายงานวิจัยเขตเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก พบว่า เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19จบลง โลกใบนี้จะเปลี่ยนไป ด้วยสาเหตุเดียวกัน แต่ภูมิภาคเอเชีย จะเป็นภูมิภาคที่ฟื้นตัวได้เร็ว และสร้างบรรทัดฐานใหม่ เป็นที่แรก

          บรรทัดฐานใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น จะถูกกำหนดด้วย 4 ปัจจัย คือ 1. สัญญาทางสังคม 2. อนาคตของงาน และการบริโภค 3. การขับเคลื่อนทรัพยากรปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว 4. เกิดการเปลี่ยนแปลงจากกระแสโลกาภิวัตน์ เพราะวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น เผยให้เห็นว่า การพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเป็นจุดอ่อน โดยเฉพาะสินค้าของใช้ ต่อไปนี้โลกจะได้เห็นการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ โดยการผลิต และแหล่งวัตถุดิบอาจถูกย้ายให้อยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น และบริษัทจะพึ่งพาซัพหลายเออร์ท้องถิ่น หรือในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น

          โดยนักวิเคราะห์ออกมาคาดการณ์ว่า จะเห็นการเติบโตที่แข็งแรงระยะยาว ในเอเชียภายในปี 2583 คืออีก 20 ปีข้างหน้า เอเชียจะมีสัดส่วนในการบริโภคทั่วโลกถึง 40% ขณะเดียวกัน มีการรวบรวมข้อมูลจากสำนักข่าวทั่วโลก พบว่า เมื่อโลกกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การระบาดของโรคโควิด-19หมดไปอย่างถาวร พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน และเมื่อโลกกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วนั้น อีกหนึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัดคือ เริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลมากขึ้น

           หลังยุคโควิค-19 คนทั่วโลกจะได้ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดิจิทัลอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ทั้งอาลีบาบา ไป่ตู้ เทนเซนต์ หัวเว่ย และผิงอัน จะได้เห็นอีกหลากหลายบริษัทหันมาทำอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น ดังนั้นระบบนิเวศของอีคอมเมิร์ซจะเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก รวมไปถึงธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจส่งสินค้า ส่งอาหาร สังคมแบบไร้เงินสด และระบบการขายสินค้าแบบอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน จะมีการนำหุ่นยนต์ ยานพาหนะไร้คนขับ หรือแม้แต่โดรนมาให้บริการ การบริการออนไลน์ใหม่ ๆ เช่น การศึกษา การแพทย์ สุขภาพ เป็นต้ โดยการประยุกต์ใช้สมาร์ทดีไวซ์ และอีเวนท์ต่าง ๆ จะผันตัวมาจัดบนโลกออนไลน์ทั้งสิ้น

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *