พระ “นางพญา” พิษณุโลก

พระกรุ

“วัดนางพญา” จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับ “วัดราชบูรณะ” วัดทั้งสองดังกล่าวนี้ ต่างก็เข้าใจกันว่าได้กำเนิดขึ้นพร้อมๆ กัน โดยวัดราชบูรณะนั้น “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ได้เป็นผู้สร้างไว้ (ระหว่างครองเมืองพิษณุโลก) ส่วนวัดนางพญา “พระวิสุทธิกษัตรี” พระมเหสีของพระองค์ทรงสร้างไว้คู่กันมาตั้งแต่ประมาณเมื่อ พ.ศ. 2095-2100

จึงน่าจะเชื่อได้ว่า พระเครื่องรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วที่ในวงการพระขนานนามไว้ว่า “พระนางพญา” นั้น “พระวิสุทธิกษัตรี” ก็คงให้กำเนิดพระดังกล่าวลงกรุไว้หลังจากอารามได้สร้างเสร็จแล้วอย่างไม่มีปัญหา

“พระนางพญา” พระพิมพ์ต้นกำเนิดของสกุลนี้ ประมาณว่าได้แตกกรุออกมาจากวัดนางพญา พิษณุโลก ตั้งแต่ พ.ศ. 2442-2444 เป็นครั้งแรกอย่างามากมาย เมื่อถึง พ.ศ. 2487 ก็ได้มีผู้พบพระนางพญาที่วัดนางพญานี้อีก และที่กรุ “บางสะแก” ก็มีผู้พบเช่นกัน ต่อมายังมีขึ้นจากกรุอีกหลายครั้ง แต่ก็ได้พระเพียงไม่กี่องค์ พระนางพญายังมีผู้พบแม้กระทั่งที่กรุงเทพฯ และธนบุรี

พระนางพญาจะแยกพิมพ์ออกได้เป็น 2 ขนาดด้วยกันคือ
1.พระนางพญา “พิมพ์ใหญ่” พระพิมพ์นี้เป็นพิมพ์ที่นิยมกันมากแยกออกได้เป็น 3 แบบด้วยกันคือ
– พิมพ์ใหญ่ “เข่าโค้ง”
– พิมพ์ใหญ่ “เข่าตรง”
– พิมพ์ใหญ่ “อกนูน”
2.พระนางพญา “พิมพ์เล็ก” พระพิมพ์เล็กจะเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่มากอยู่ และยังแยกแบบออกได้เป็น 3 แบบด้วยกัน คือ
– พิมพ์เล็ก “สังฆาฏิ”
– พิมพ์เล็ก “อกแฟบ”
– พิมพ์เล็ก “อกตั้ง”

นอกจากนั้นพระนางพญายังมีพิมพ์พิเศษอีกด้วย “พระนางพญา” เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาผสมด้วยผงเกสรและแร่กรวดทราย (คล้ายกับเนื้อพระขุนแผนวัดบางกร่าง) ทั้งหมดมีด้วยกัน 4 สีคือ เหลือง, แดง, เขียว และดำ ประมาณว่า 80% พระนางพญาจะมีเนื้อค่อนข้างหยาบ แต่อีก 20 % จะเป็นชนิดเนื้อละเอียดนุ่ม (กรวดทรายน้อย) ราวกับเนื้อพระทุ่งเศรษฐีก็มี

ปัจจุบันนี้ นอกจากพระนางพญาจะเป็นวัตถุโบราณที่มากค่าอายุได้ 400ปีแล้ว “พระนางพญา” ยังเป็นพระเครื่องที่ทรงไว้ซึ่งพระพุทธคุณ ซึ่งขลังและดังทาวด้านเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดโดยเฉพาะทางด้านคงกระพันชาตรีนับว่าดีเยี่ยมอีกทางหนึ่ง ซึ่งได้มีประสบการณ์กันมาแล้วครับ!

โดยอาจารย์ ประชุม กาญจนวัฒน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *