พระ “หลวงพ่อเงิน” บางคลาน จ.พิจิตร

พระเกจิ

“วัดหิรัญญาราม” หรือชื่อเดิมว่า “วัดวังตะโก” ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร…..พระอารามแห่งนี้ “หลวงพ่อเงิน” ได้เป็นผู้สร้างไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2377 กล่าวกันว่า….เดิมที่ท่านจากวัดคงคารามไปแล้วก็มาปลูกกุฏิด้วยไม่ไผ่มุ่งหลังคาด้วยแฝกอยู่องค์เดียว และพร้อมกันนั้นได้นำกิ่งโพธิ์มาปักไว้ที่ริมตลิ่ง (หน้าพระอุโบสถ) แล้วอธิษฐานว่าถ้าท้องถิ่นนี้จะเจริญรุ่งเรืองเป็นอารามต่อไป ก็ขอให้โพธิ์ต้นนี้งอกงามแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นนิมิตดีต่อไปด้วย และเหตุการณ์ก็เป็นจริงดังอธิษฐานไว้ ซึ่งต่อมาพื้นที่แถบนั้นก็ได้ปรากฏเป็น “วัดวังตะโด” เกิดขึ้นและรุ่งเรืองเป็นลำดับมาตราบเท่าทุกวันนี้

“หลวงพ่อเงิน” (พุทธโชติ) ยอดพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมของเมืองพิจิตร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16กันยายน พ.ศ. 2353 บิดาชื่อ “อู๋” มารดาชื่อ “ฟัก”….เล่ากันว่าพอ “หลวงพ่อเงิน” อายุได้ 3 ขวบ ก็ต้องจากเมืองพิจิตรไปอยู่กรุงเทพฯ กับลุง และได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสืออยู่ที่ “วัดตองปุ” (วัดชนะสงคราม) กรุงเทพฯ พออายุครบ 12 ปีก็ได้บวชเณร (พ.ศ. 2365) ศึกษาพระธรรมวินัยและไสยเวทต่างๆ อยู่ที่วัดชนะสงครามชั่วระยะหนึ่ง จนเชี่ยวชาญพอตัวจึงสึกจากการเป็นสามเณร ต่อมาเมื่ออายุครบบวชได้แล้ว ท่านก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดชนะสงครามต่อไปเพียงแค่ 3 พรรษาเท่านั้น ท่านก็กลับลงมายังเมืองพิจิตรอีกครั้งแล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดคงคารามอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แล้วก็ต้องจากวัดนี้ไปอีก

“หลวงพ่อเงิน” จำเป็นต้องจากวัดคงคารามไปก็เพราะท่านเป็นพระที่เคร่งในพระธรรมวินัย และในด้านวิปัสสนาธุระ และ ณ ที่หมู่บ้านวังตะโกนั่นเอง ท่านก็ได้ให้กำเนิดวัดขึ้นมาดังได้กล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว….”หลวงพ่อเงิน” นับเป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้เลื่องชื่อ ด้านไสยเวทเยี่ยมยอดที่สุดของเมืองพิจิตร จนเมื่อมาอยู่วัดวังตะโดและได้พัฒนาวัดจนรุ่งเรือง เป็นที่รู้จักกันไปทั่วว่า….หลวงพ่อเงินสามารถลอบรู้ผู้มาเยือนด้วยญาณวิเศษได้อย่างมหัศจรรย์ และยังเป็นหมอเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านได้อย่างชะงัดอีกด้วย เคยมีผู้ไปลองดีกับท่าน ท่านก็แอ่นอกให้ยิง แต่กระสุนไม่ยอมออกจากลำกล้องความศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงอัจฉริยะของ “หลวงพ่อเงิน” บางคลาน นับว่าร่ำลือกันไปไกลมาก จนถึงขนาดเสด็จในกรม “กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์” ก็ยังเสด็จไปฝากตัวเป็นศิษย์ด้วย

“หลวงพ่อเงิน” บางคลานผู้ให้กำเนิด “วัดวังตะโก” หรือ ผู้ให้กำเนิดรูปหล่อองค์ท่านขลังที่ร่ำลือกันไปทั่วสยามประเทศ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2462 ณ “วัดวังตะโด” รวมอายุของหลวงพ่อได้ 109ปีพอดี….

กล่าวกันว่า….เมื่ออายุของ “หลวงพ่อเงิน” ครบ 60 ปี ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2413 นั้นการสร้างรูปหล่อหลวงพ่อเงินจึงได้เริ่มขึ้นด้วยแบบ “จอบเล็ก” (ขอบข้างเรียบ) แล้วก็ตามมาด้วย “แบบลอยองค์” (พิมพ์ขี้ตา) แล้วก็แบบ “จอบใหญ่” (ขอบข้างเม็ดไข่ปลา) และแบบ “ลอยองค์” (พิมพ์นิยม) กับ “แบบลอยองค์” ที่ชาวบ้านจ้างช่างเทพิมพ์เป็นลำดับไป และในบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อเงินยังคงสร้างพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ด้วยเนื้อต่างๆ ไว้อีกมากมายจนสุดประมาณมิได้ นอกจากจะนำลงบรรจุกรุที่วัดวังตะโกแล้ว ท่านยังส่งไปฝากกรุไว้ที่วัดอื่นๆ ในจังหวัดพิจิตรไว้อีกมากด้วย

สำหรับเนื้อรูปหล่อหลวงพ่อเงินที่สร้างเป็นสัมฤทธิ์แต่ละรุ่นอาจไม่ตรงกัน เช่นบางรุ่นก็แก่ทองคำ บางรุ่นก็แก่ทองเหลือง สีผิวมาตรฐานได้กับสีน้ำตาลแก่ แต่บางองค์ที่แก่ทองเหลืองผิวจะกลับเป็นน้ำตาลอ่อนเท่านั้น สำหรับรุ่นชาวบ้านจ้างช่างมาหล่อทำกันเองนั้น มีสร้างทั้งเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อทองแดง ทองเหลือง ชินเงิน และตะกั่วก็มีทำไว้งดงามพอดูทีเดียว

สรุปแล้วขณะนี้รูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์ที่นิยมกันมากคือ
1. รูปหล่อลอยองค์ “พิมพ์นิยม”
2. รูปหล่อลอยองค์ “พิมพ์ขี้ตา”
3. รูปหล่อหลังแบน “พิมพ์จอบใหญ่” (ขอบเม็ดไข่ปลา)
4. รูปล่อหลังแบน “พิมพ์จอบเล็ก” (ขอบเรียบ)
ทั้ง 4 พิมพ์นี่แหละครับต่างก็เป็นที่ชื่นชอบแก่ชาวพระเครื่องมาก และก็มีปลอมมากที่สุดด้วย!

ท่านผู้ใดที่ชอบพุทธคุณขลังดังครอบจักรวาลแบบพระผงสุพรรณแล้วไซร้ รูปล่อหลวงพ่อเงินนี่แหละครับ..เชื่อถือได้!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *