พระสุวรรณมุนี (ฉุย) วัดคงคาราม จ.เพชรบุรี

พระเกจิ

พระเถระพระคณาจารย์ยุคเก่าที่ชาวบ้านเมืองเพชรบุรี รู้จักท่านดี และมีชื่อเสียงโด่งดัง คือ พระสุวรรณมุนีนรสีห์ธรรมทายาท สังฆปาโมกข์นามเดิมว่า “ฉุย” นามฉายาเมื่อตอนอุปสมบทว่า “สุขภิกขุ” อดีตเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี โยมบิดาของท่านชื่อ “ยง” โยมมารดาของท่านชื่อ “นก” ได้ให้กำเนิดบุตร เมื่อวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตรงกับวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๐๑ ณ ที่บ้าน สะพานช้าง ตำบลต้นมะม่วง จังหวัดเพชรบุรี เมื่ออายุครบอุปสมบทได้บวชที่วัดคงคาราม โดยมีพระพิศาลสมณกิจ (สิน) อดีตเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้ศีกษาคันธุระ ต่อมาสนใจในวิชาวิปัสสนาธุระจึงได้ศึกษาและยึดถือแนวทางวิปัสสนาธุระในสำนักท่านอาจารย์ครุฑ วัดมหาธาตุ ต่อมาอาจารย์ครุฑยกย่องให้เจ้าคุณสุวรรณมุนีเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์ พระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา และได้มีผู้ศรัทธา เคารพ เลื่อมใส ท่านอีกมาก อนึ่ง พระสุวรรณมุนี (ฉุย) ท่านเป็นพระที่ยังมีเสน่ห์ในตัวเอง คือ ไม่ว่าใครเมื่อได้สมาคมกับท่านแล้วย่อมติดใจรักใคร่ท่านไม่จืดจาง บรรดากุลบุตรในจังหวัดเพชรบุรีโดยมาก บิดา มารดา ได้นำมาฝากให้เป็นศิษย์ของท่าน และท่านต้องเลี้ยงดู รวมทั้งการสั่งสอนศิษย์ที่เป็นเด็กมีจำนวนเป็นร้อย ๆ คน ฉนั้นชาวเมืองเพชรบุรีจึงสรรเสริญยกย่องท่านประดุจบิดา ผู้ให้ความเมตตา กรุณา สำหรับวัตถุมงคลของท่านที่สำคัญคือ เหรียญรุ่นแรก ปัจจุบันเป็นเหรียญอันดับหนึ่งของชาวเพชรบุรีตลอดกาล ท่านเจ้าคุณฯ ได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เวลา ๑๑.๐๗ น. สิริอายุนับได้ ๖๕ ปี พรรษา ๔๔

(บทความนี้ได้คัดลอกมาจากหนังสือของ คุณ สามารถ คงสัตย์ จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้)

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *