ดอยม่อนแจ่มยังคึกคัก แม้ป่าไม้เดินหน้ารื้อรีสอร์ตรุกป่าไปแล้วกว่า 149 หลัง

ข่าวเศรษฐกิจ

1.วันที่ 12 ก.ค.63 มีรายงานว่า ที่ดอยม่อนแจ่มในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ ของ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่พากันขึ้นไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และชมความสวยงามของไม้ดอกไม้นานาชนิดที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางฤดูฝนกันอย่างเนื่องแน่น

2.ผู้ประกอบการ เล่าว่า นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคักที่สุด ภายหลังจากที่ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อภาครัฐได้ผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ลง ทำให้รีสอร์ตหลายแห่งถูกจับจองเข้าพักกันอย่างหนาแน่น

3.แม้ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักแต่เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ก็ยังคงเดินหน้ารื้อถอนบ้านพักและรีสอร์ตที่ผิดกฎหมายต่อไป

4.ขณะนี้ได้เดินหน้ารื้อถอนบ้านพักไปแล้วจำนวน 8 หลัง ที่พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมในบริเวณไหล่เขาที่ถือว่าเป็นทำเลทองของดอยม่อนแจ่มเลยก็ว่าได้

5.โดยพบการทำผิดตั้งแต่การเข้ามาเช่าเพื่อการถือครองและสร้างรีสอร์ตจากบุคคลภายนอก ขณะนี้มีบ้านพักและรีสอร์ตที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ที่จะต้องรื้อถอนรวมทั้งหมด 29 ราย รวมทั้งมีสิ่งปลูกสร้างอีกกว่า 149 หลัง

6.ทางป่าไม้จะเดินหน้ารื้อถอนและขอคืนพื้นที่ทั้งหมดและยังมีอีกกว่า 80 ราย ที่อาจเข้าข่ายใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

7.นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาดอยม่อนแจ่ม ที่มีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ที่ไม่เป็นไปตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 ต่อไป

8.นายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม บอกว่า ผู้ประกอบการบางส่วนที่ได้รับการอนุโลมจากคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 จะยังคงเปิดให้บริการบ้านพักรีสอร์ตตามปกติ

9.ส่วนพื้นที่ที่ถูกระบุว่าผิดกฎหมายนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะต้องรื้อถอนทั้งหมดหรือไม่ สำหรับช่วงนี้ก็ต้องให้เปิดสำหรับการท่องเที่ยวต่อไปก่อน เพราะที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์อย่างหนักเช่นกัน

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *