ต้องปรับตัว! ธุรกิจร้านอาหารมูลค่า 4 แสนล้าน ช่องทางดีลิเวอรี่เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว

ข่าวเศรษฐกิจ

1.วันที่ 13 ก.ค.63 ผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจร้านอาหารทำให้ยอดขายลดลง แต่ก็มีด้านดีในด้านร้ายเพราะทำให้ผู้ประกอบการต่างเร่งปรับตัวเพื่อรับกับนิวนอร์มอลที่กำลังเกิดขึ้น

2.จำนวนพื้นที่ขายของร้านอาหารต่างๆ นั้นลดลงเฉลี่ยอยู่ประมาณ 50% ตามมาตรการการเว้นระยะห่าง (social distancing) ส่งผลต่อเรื่องของรายได้และต้นทุน โดยมีตัวแปรใหญ่ คือ การเพิ่มช่องทางจำหน่ายแบบ “ดีลิเวอรี่” ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่มากขึ้น

3.นายณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัดหรือซีอาร์จี (CRG) ผู้บริหารร้านเปปเปอร์ ลันช์, ชาบูตง, ไทยเทอเรส, โยชิโนยะ, โอโตยะ, มิสเตอร์โดนัท,เคเอฟซี เป็นต้น กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ประเมินกันว่าตลาดร้านอาหารมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีนี้จะอยู่ในภาวะทรงตัวหรือชะลอการเติบโต ไม่เติบโตสูงอย่างที่ผ่านมา

4.หลังจากการคลายล็อกให้เปิดธุรกิจร้านอาหารได้ ก็ค่อยปรับตัวดีขึ้นในส่วนของยอดขาย และปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็หันไปให้ความสำคัญกับออนไลน์หรือดีลิเวอรี่มากขึ้น จึงมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

5.สำหรับซีอาร์จีจะลงทุนต่อจากนี้ช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีนี้ เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ลดการนำเข้าจากต่างประเทศรวมทั้งหาพาร์ตเนอร์ในการทำธุรกิจกลุ่มธุรกิจดีลิเวอรี่

6.ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวคลาวด์ คิทเช่น สาขาแรกที่นาคนิวาสและจะขยายเป็น 10 สาขาภายในปีนี้จนครบ 50 สาขาในปี 2565 มีการเพิ่มแบรนด์ร้านอาหารให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าเพื่อสร้างความหลากหลายและแตกต่างจากผู้เล่นอื่นๆ ในตลาด

7.นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการกลับมาเปิดบริการตลาดร้านอาหารมีการแข่งขันที่สูงขึ้นแต่ละค่ายเร่งทำแคมเปญและโปรโมชั่นกันอย่างหนัก มีการปรับโมเดลในการทำธุรกิจที่หันไปมุ่งในเรื่องของดีลิเวอรี่ โดยคาดว่าธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี

8.สำหรับร้านอาหารในเครือไมเนอร์ เช่น เดอะพิซซ่า คอมปะนี ซิซซ์เล่อร์ แดรี่ควีน เบอร์เกอร์คิง เป็นต้น ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบเฉพาะบางสาขา ส่วนสาขาที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวบางต้องชะลอการเปิดไว้ก่อน

9.นอกจากนี้ยังเพิ่มน้ำหนักไปที่ช่องทางดีลิเวอรี่ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว รวมทั้งยังต้องปรับแผนงานใหม่ ในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย ส่วนการขยายสาขาใหม่นั้นต้องชะลอไว้ก่อน หันมาโฟกัสแบรนด์ที่ทำรายได้ดี เช่น เดอะพิซซ่า คอมปะนี เบอร์เกอร์คิง บอนชอน เป็นต้น

10.นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมทีบริษัทได้เน้นเปิดร้านในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่หลังจากนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการเปิดสาขา ร้านขนาดเล็กที่เป็นคีออสก์และแกร็บแอนด์โกมากขึ้น โดยเน้นเปิดทั้งในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ในอาคารสำนักงานต่าง ๆ และย่านมหาวิทยาลัย

11.รายงานล่าสุด จากการสำรวจตลาดร้านอาหาร พบว่าแบรนด์ดังหลายแบรนด์ทยอยจัดแคมเปญกันอย่างคึกคัก เน้นในเรื่องของการลดราคาเป็นหลัก เช่น เอ็มเค สุกี้ ที่ลดราคาชุดสุกี้ต่าง ๆ เช่น ชุดสุดคุ้ม 299 บาท จากปกติ 365 บาท ชุดคุ้มมาก 499 บาท จากปกติ 591 บาท จากปกติที่เน้นการลดราคา 10-15% แล้วยังมีการจัดแคมเปญสั่งซื้อชุดสุกี้แถมหม้อฟรีออกมาเป็นระยะด้วย

12.ด้านโออิชิ บุฟเฟต์ มีโปรโมชั่นเมนูข้าว ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 159 บาท เช่น ข้าวหน้าหมูพริกไทยดำ ข้าวหน้าหมูพริกเกลือกระเทียม ยากิโซบะหมู เป็นต้น

13.คล้ายกับทางร้านตำมั่ว ร้านอาหารไทยอีสานในเครือเซ็น คอร์ปอเรชั่น ที่มีโปรโมชั่นตำยกถาด 1 แถม 1 และทางซิซซ์เล่อร์ (ไมเนอร์ฟู้ด) จัดแคมเปญโปรลดแหลกกับซิซซ์เล่อร์ดีลิเวอรี่

14.สำหรับการสั่งชุดอิ่มคู่สุดคุ้ม เช่น ดับเบิลไก่ย่างสไปซี่ ดับเบิลเวสเทิร์น พอร์กลอยน์ ซุปเห็ด 2 ถ้วยและชีสโทสต์ 2 ชิ้น ในราคาเพียง 459 บาท จากราคา 1,067 บาท หมดเขตไปเมื่อวันที่ 10 ก.ค.63 ที่ผ่านมา

15.นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เผยว่า หลังการคลายล็อกและอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้ารวมถึงร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง

16.ร้านอาหารต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหารแบรนด์ใหญ่ที่เปิดในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้านั้นมีแนวโน้มดีขึ้น  มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการประมาณ 60-70%

17.แต่ในส่วนตลาดร้านอาหารที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, มินิเอสเอ็มอี รวมถึงร้านอาหารที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศ เช่น ร้านอาหารในย่านถนนข้าวสาร บางลำพู เป็นต้น เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญความลำบากมาก  เพราะกลุ่มนี้นอกจากรายได้และยอดขายลดลงมากแล้วยังมีปัญหาเรื่องต้นทุนคงที่ ได้แก่ ค่าเช่าที่ ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงค่าจ้างพนักงาน ส่วนใหญ่ก็อาการหนักและคาดว่ามีแนวโน้มที่จะต้องปิดตัวลงจำนวนมาก คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นราย

18.ข้อมูลแหล่งข่าวจากธุรกิจร้านอาหาร เผยว่า หลังจากร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทำให้ร้านอาหารในศูนย์การค้ากลับมาคึกคัก โดยมีลูกค้ากลับมาประมาณ 80-85% ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

19.แต่สำหรับร้านอาหารรายเล็กที่เป็นเอสเอ็มอีต้องปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก เพราะปรับตัวไม่ทันตั้งแต่ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ถึงจะกลับเปิดให้บริการได้อีกครั้งจำนวนลูกค้าก็ยังไม่กลับมา เพราะสาขาของร้านอาหารขนาดเล็กส่วนใหญ่จะอยู่นอกห้าง และทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่ายอดขายที่ได้กลับมา

20.“เมื่อสายป่านไม่ยาวพอ บางร้านเลือกที่จะปิดหน้าร้านเหลือเพียงการขายแบบซื้อกลับบ้าน (take home) ส่วนการนำสินค้าเข้าไปขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือดีลิเวอรี่ก็ยังต้องเจอกับปัญหาค่าจีพีที่สูงถึง 30-35% เมื่อแบกรับไม่ไหว ก็ต้องปิดตัวไป”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *