ชำแหละ “กล้องจับผี” ที่คนส่องผีทั่วโลกใช้กัน มันจริงหรือมั่ว?

ข่าวบันเทิง

1.เครื่องจับวิญญาณถูกจัดให้เป็นอุปกรณ์ที่อิงตามหลักวิทยาศาสตร์และถูกจัดให้เป็น “วิทยาศาสตร์เทียม” (Pseudoscience) ที่อ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์โดยการอิงกับข้อเท็จจริง

2.ยังไม่มีกระบวนการพิสูจน์ว่าผีมีจริงแล้วได้ข้อเท็จจริงที่นำกลับไปอิงตามหลักวิทยาศาสตร์เหมือนกับเครื่องจับผีที่อ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์ รายการช่องส่องผีนั้นมีจุดเด่นหลัก 2 อย่าง คือ หมอเรนนี่ผู้มองเห็นผีและวิญญาณกับกล้องจับผีที่ไว้ใช้ส่องไปตามที่ที่คาดว่ามีผีและวิญญาณ

3. เมื่อกล้องจับผีจับวิญญาณบริเวณนั้นได้จะแสดงโครงร่างของเส้นตรงต่อกันเป็นแขน ขาและลำตัวที่คล้ายโครงร่างของคนเหมือนภาพร่างคนตอนวาดรูป

4.อุปกรณ์นี้ประกอบขึ้นมาจาก Kinect ซึ่งเป็นเครื่องโปรเจกเตอร์แสงอินฟราเรดที่จับความเคลื่อนไหวและตรวจจับโครงร่างของร่างกายและเสียงเพื่อที่ผู้ใช้จะสามารถบังคับอุปกรณ์หนึ่งๆ จากระยะไกลได้ เช่น เครื่อง Xbox

5.อุปกรณ์นี้ถูกนำออกมาจำหน่ายในปี 2010 บรรดาเหล่าเกมเมอร์สทั้งหลายก็ใช้มัน “จับผี” แทนการเล่นเกมส์

6.มีฉากหนึ่งของภาพยนต์เขย่าขวัญเรื่อง Paranormal Activity 4 ที่เข้าฉายในปี 2012 ได้ใช้เครื่องอินฟาเรดของ Kinect จับการปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับได้ ทำให้คนเชื่อกันว่าอุปกรณ์นี้จับผีได้จริงจนเกิดการตั้งกลุ่มจับผีที่ใช้อุปกรณ์นี้โดยเฉพาะ

7.มีโพสต์ในปี 2013 จากบล็อกของกลุ่มหนึ่งที่ระบุว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ Kinect Motion Sensor ในปี 2010 นักเล่นเกมได้โพสต์คลิป “Kinect Ghosts” ที่ตรวจพบโดย Xbox 360 ของพวกเขา Kinect จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีคนอื่นเข้ามาในห้อง ปรากฏการณ์ส่วนใหญ่ถูกปัดว่าเป็นแค่ความผิดปกติของเครื่องหากพวกเขาอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตามมีวิดีโอหลายร้อยรายการบน youtube ไม่เพียงตรวจพบ ‘คนบางคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น’ แต่พวก ‘ผี’ เหล่านี้ยังใช้ตัวควบคุมการเคลื่อนไหวเพื่อใช้งานระบบอีกด้วย”

8.ในยูทูปมีคลิปจำนวนไม่น้อยที่ใช้อุปกรณ์นี้จับภาพผี มีการจับภาพตั้งใจและไม่ตั้งใจเหมือนกับที่กลุ่มจับผีในโพสต์ในปี 2013 จากบล็อกของกลุ่มด้านบนได้อ้างไว้ว่า ผีเหล่านี้ยังแทรกแซงระบบของ Xbox เพราะอยากที่จะสื่อสารมนุษย์ได้

9.บรรดานักจับผีมืออาชีพได้อาวุธใหม่ไว้ตามล่าสิ่งลี้ลับทั้งยังปรับปรุงอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่เสมอ
– นักล่าผีชาวออสเตรเลียที่ชื่อ แกรฮ์ม ลิวอิส (Graham Lewis) อ้างกับสำนักข่าว ABC ว่าเขาจับภาพได้ระหว่างไปล่าท้าผีที่สถานกักกันโรคในซิดนีย์โดยเป็นโครงร่างเล็กๆ เหมือนเด็ก เขาได้ปรับปรุงกล้องจับผีให้ดีขึ้นด้วยการติดตั้ง Kinect เข้ากับหน้าจอแทบเล็ตและฮาร์ดไดรฟ์สำหรับบันทึกภาพและยังติดตั้งเครื่องจับทิศทางและอื่นๆ

10.ในเว็บไซต์ Ghost Hunters Equipment มีการดัดแปลงอุปกรณ์นี้เหมือนกับที่ลิวอิสทำแต่ใส่ออปชั่นที่มากกว่าเข้าไป เช่น
– รูปลักษณ์ล้ำนำสมัยกว่าพร้อมด้วยกล่องใส่แบบเท่
– ราคาจำหน่ายประมาณ 12,000 บาท ประกอบด้วย แทบเล็ตกับ Kinect เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมซอฟแวร์ที่จำเป็นและมือจับกล้อง

11.การขายอุปกรณ์นี้นอกจากขายกันในเว็บไซต์เฉพาะกลุ่มแล้วยังมีขายกันในอีเบย์ด้วย เกิดเป็นคำถามกันว่า Kinect มันจับผีได้จริง? หรือเแค่อุปกรณ์เกิดความผิดปกติ

12.เคนนี บริดเดิล (Kenny Biddle) แห่งเว็บไซต์นิตยสาร Skeptical Inquirer อธิบายว่า สิ่งที่เรียกว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นการใช้ผิดวิธีโดยพวกนักล่าผีต่างหาก
– Kinect ออกแบบมาให้ติดตั้งด้านบนหรือด้านล่างหน้าจอโทรทัศน์ ประมาณ 0.6 – 1.8 จากพื้นยิ่งสูงยิ่งดี
– ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบนที่ตั้งที่มั่นคงไม่ใช่การถือไปมา ต้องมีระยะห่างเหมาะสมพอที่จะจับความเคลื่อนไหวของผู้เล่นได้ประมาณ 3 เมตร หากคลาดเคลื่อนอาจประมวลผลผิดพลาด
– Kinect เกิดขึ้นจากการประมวลผลภาพความเคลื่อนไหวของมนุษย์ในสถานที่ต่างๆ ที่ใช้อัลกอริธึมประเมินในมุมต่างๆ มันอาจทำงานพลาดถ้าไปจับความเคลื่อนไหวสิ่งที่คล้ายรูปร่างคนรวมทั้งอาจประเมินไปว่าเป็นคนแล้วเติมแขนขาให้จนกลายเป็นรูปโครงร่างอย่างที่เชื่อกันว่าเป็นผี

13.สิ่งที่ในรายการดังกล่าวได่นำอุปกรณ์นี้ไปถ่ายทำนอกสถานที่ตามต้นไม้ต่างๆ ทำให้อุปกรณ์นี้อาจประมวลผลว่าเป็นรูปร่างคนจนคิดว่าเจอผีของจริงเข้าแล้ว

14.หากอุปกรณ์นี้จับไม่เต็มตัวเครื่องก็อาจเดารูปร่างและประมวลออกมาว่าเป็นผีได้ เช่น
– เมื่อผู้เล่นนั่งลงหรือย่อตัวลงในจอการประมวลผลรูปของโครงร่างเล็กๆ ทำให้คิดว่าเป็นผีเด็กก็ได้

15.อย่าลืมว่าผียังเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการจับผีจึงเป็นเพียงแค่การสรุปไปเองว่าสิ่งที่เห็นที่หน้าจอเป็นของจริง นักจับผีจะเชื่อสิ่งที่เห็นก่อนและเชื่อมั่นกับอุปกรณ์ของตัวเองมากกว่าใช้งานได้จริง

16.นักจับผีต้องมีแกตเจ็ต คือ ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์มากแต่พวกเขาไมได้มีเวลามาแยกอุปกรณ์ออกเป็นส่วนๆ เพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของแกตเจ็ตตัวเองสักเท่าไร

17.เมื่อความปลอมของเครื่องจับผีมาเจอกับการปลอมประวัติศาสตร์ทำให้จินตนาการของบางคนเชื่อว่าเห็นของจริง

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *