ยอดตายโควิด-19 สหรัฐฯ ทะลุ 5 แสน เทียบได้กับชาวอเมริกัน ตายใน 3 สงครามรวมกัน

ข่าวต่างประเทศ

(23 ก.พ.64) ยอดรายงานล่าสุด ที่ได้มาจากการนับของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ พุ่งเกิน 500,000 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันจันทร์ (22 ก.พ.) ซึ่งจำนวนคนตายนี้ พอๆ กับจำนวนชาวอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 , สงครามเกาหลี และสงครามเวียดนาม รวมกัน

หรือพอๆ กับจำนวนประชากรของแคนซัส ซิตี รัฐมิสซูรี และมากกว่าจำนวนประชากรของเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมืองราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา หรือเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา พอสมควร

แม้เริ่มแจกจ่ายและฉีกวัคซีนโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม แบบจำลองหนึ่งที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประมาณการว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหมในสหรัฐฯ จะยังเพิ่มแตะระดับ 589,000 ราย ในวันที่ 1 มิถุนายน ปีนี้

นับถึงตอนนี้สหรัฐฯ ยังเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก และยังเชื่อกันว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก สืบเนื่องจากเคสการเสียชีวิตจำนวนมากถูกมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงต้นๆ ของการแพร่ระบาด

อัตราการเสียชีวิตและผู้ติดเชื้อรายวันลดลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่พวกผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าตัวกลายพันธุ์ต่างๆ ที่อันตรายอย่างมาก อาจเปลี่ยนแนวโน้มของการแพร่ระบาด โดยบางส่วนมองว่าชาวอเมริกันยังฉีดวัคซีนไม่มากพอสำหรับสร้างความแตกต่าง

ย้อนไปในอดีต ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อย่างเป็นทางการรายแรกของสหรัฐฯ ถูกพบในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นไวรัสใช้เวลาแค่ 4 เดือน ปลิดชีพอเมริกันชน 100,000 คนแรก ต่อมายอดผู้เสียชีวิตแตะระดับ 200,000 คน ในเดือนกันยายน และ 300,000 คนในเดือนธันวาคม 2563

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใช้เวลาเพียงแค่เดือนเดียวในการคร่าชีวิตชาวอเมริกันเพิ่มจาก 300,000 คน เป็น 400,000 คน และราวๆ 2 เดือน เพิ่มจาก 400,000 คน เป็น 500,000 คน

สหรัฐฯ ประมาณการว่า มีอเมริกันชนเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวน 405,000 คน ในสงครามเวียดนาม 58,000 คน และ 36,000 คนในสงครามเกาหลี

เดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนเอาไว้ว่า สหรัฐฯอาจมีประชาชนเสียชีวิตจากโควิดสูงกว่า 600,000 คน

ในวันอาทิตย์ (21 ก.พ.) นพ.แอนโทนี เฟาซี ประธานที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของไบเดน กล่าวในรายการมีต เดอะ เพรส ของเอ็นบีซี ว่าช่วงกว่าร้อยปีที่ผ่านมา อเมริกาไม่เคยต้องเผชิญสถานการณ์ที่แม้กระทั่งแค่ใกล้เคียงสถานการณ์ในขณะนี้ นั่นคือนับจากไข้หวัดใหญ่สเปนระบาดในปี 1918 เขาย้ำว่าเมื่อดูจากตัวเลข นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าตกใจหรือเกือบไม่น่าเชื่อ ทว่ามันเป็นเรื่องจริง

อย่างไรก็ดี เฟาซี ตั้งข้อสังเกตว่า เวลานี้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันได้ลดลงอย่างมาก หลังจากขึ้นถึงระดับสูงสุดในเดือนมกราคม กระนั้น เขาก็เตือนขณะพูดในรายการ “สเตท ออฟ เดอะ ยูเนียน” ของซีเอ็นเอ็น ว่า ประชาชนยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ และชาวอเมริกันยังต้องสวมหน้ากากป้องกันไปจนถึงปีหน้า ถึงแม้มาตรการอื่นๆ ที่ใช้หยุดยั้งการระบาดอาจมีการผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้ได้รับการฉีดวัคซีนก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ชาวอเมริกันยังอาจต้องได้รับการฉีดวัคซีนเสริม โดยขึ้นอยู่กับว่าไวรัสกลายพันธุ์จะมีการปะทุขึ้นมาอย่างไรหรือไม่

ตามข้อมูลของศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) เวลานี้มีประชาชนกว่า 61 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และมี 18 ล้านคนฉีดครบ 2 โดส ขณะที่ไบเดนประกาศแผนการเอาไว้ว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ 100 ล้านคน ภายใน 100 วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง

ที่มา : เอพี/รอยเตอร์ / https://mgronline.com/around/detail/9640000017781