จีนพบผู้ติดเชื้อปอดอักเสบ เพิ่ม 4 ราย-ยอดรวมพุ่งไม่ต่ำกว่า 45 ขณะที่สหรัฐฯ สั่งตรวจเข้ม 3 สนามบินหลัก

ข่าวต่างประเทศ

รอยเตอร์ – ทางการจีนพบผู้ป่วยซึ่งมีอาการปอดอักเสบเพิ่มขึ้นอีก 4 รายวันนี้ (18 ม.ค.) หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าเชื้อโรคปริศนาชนิดนี้อาจแพร่กระจายออกไป

คณะกรรมการสาธารณสุขเมืองอู่ฮั่นมีถ้อยแถลงเมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมาว่า ผู้ป่วย 4 รายซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะปอดบวมเมื่อวันพฤหัสบดี (16) อาการยังอยู่ในขั้นคงที่ และก่อนหน้านี้ 1 วันมีผู้ป่วยในจีนเสียชีวิตเป็นรายที่สอง

แม้ผู้ป่วยเกือบ 50 คนจะเป็นผู้ที่อาศัยหรือเคยเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่ามีโอกาสที่ไวรัสชนิดนี้จะแพร่กระจายไปยังสถานที่อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งประชากรจีนราว 1,400 ล้านคนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือออกไปท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ

รายงานที่เผยแพร่โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิเคราะห์โรคติดต่อระหว่างประเทศเอ็มอาร์ซี (MRC Centre for Global Infectious Disease Analysis) ที่ราชวิทยาลัยในกรุงลอนดอน ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นน่าจะมีมากกว่าตัวเลข 45 รายที่ทางการจีนประกาศ โดยคาดการณ์ว่าจนถึงวันที่ 12 ม.ค. อาจมีผู้ที่แสดงอาการป่วยแล้วมากถึง 1,723 คน

ขณะเดียวกันในประเทศไทยก็พบผู้ติดเชื้อไวรัสปอดอักเสบแล้วอย่างน้อย 2 รายในสัปดาห์นี้ โดยเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ส่วนที่ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อ 1 รายซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองดังกล่าวเช่นกัน

โคโรนาไวรัสถือเป็นตระกูลไวรัสขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้หลายชนิด ตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดาเรื่อยไปจนถึงโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS)

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อว่าไวรัสที่พบในเมืองอู่ฮั่นน่าจะไม่รุนแรงเท่าโรค SARS แต่ก็ยอมรับว่ายังมีข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้น้อยมาก ทั้งเรื่องแหล่งกำเนิดและความยาก-ง่ายในการติดต่อระหว่างคนสู่คน

ทางการเมืองอู่ฮั่นได้สั่งปิดตลาดอาหารทะเลซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดแพร่กระจายของเชื้อโรค แต่ก็มีผู้ป่วยบางคนที่ยืนยันว่าไม่เคยไปเดินตลาดแห่งนี้มาก่อน

สหรัฐฯ ประกาศจะเริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินในนครซานฟรานซิสโก, นิวยอร์ก เพื่อตรวจหาผู้โดยสารที่แสดงอาการป่วยหลังเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงหรือต่อเครื่องบินมาจากเมืองอู่ฮั่น

หลายประเทศในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ได้ยกระดับเฝ้าระวังผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ส่วนอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ก็เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคัดกรองคนเดินทางในทุกๆ จุดผ่านแดนเพื่อป้องกันการเข้ามาของเชื้อไวรัสชนิดนี้

ทางการญี่ปุ่นเริ่มใช้วิธีคัดแยกผู้โดยสารทุกคนที่มีไข้ พร้อมติดป้ายเตือนในสนามบินทั่วประเทศให้ผู้โดยสารซึ่งมีอาการป่วยหลังจากเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นเข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น