โคราชเปิดบัญชี “เยียวยาผู้เสียชีวิต- ผู้บาดเจ็บ” จากเหตุ “จ่าคลั่ง”

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (10 ก.พ.) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์เหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชนกลางเมืองนครราชสีมา และในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ว่าล่าสุดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 30 ราย และบาดเจ็บจำนวน 58 ราย

โดยมี 9 รายอยู่ในภาวะวิกฤต ในจำนวนนี้ 3 รายไม่รู้สึกตัว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย และประชาชน 2 ราย จากผู้บาดเจ็บทั้งหมดที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 30 คน แยกเป็นอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 21 คน โรงพยาบาลค่ายสุรนารี 4 คน รพ.เซนต์เมรี่ 1 คน โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา 3 คน โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 คน ผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวและกลับบ้านแล้ว 28 คน รวมผู้ประสบเหตุทั้งหมด 88 คน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาและห่วงใยผู้ประสบเหตุทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ และญาติพี่น้อง ตลอดจนพสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา จึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์มาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ และรับทราบสถานการณ์เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ได้แก่ พระราชทานพวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิต และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ซึ่งในวันนี้ (10 ก.พ.) พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลศพผู้เสียชีวิต ที่วัดสามัคคี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนั้นยังพระราชทานโรงครัวให้แก่จิตอาสาและผู้ปฏิบัติงานในการฟื้นฟูพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ตลอดจนชาวจังหวัดนครราชสีมาอย่างหาที่สุดมิได้

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น จังหวัดจะดูแลเรื่องการจัดพิธีศพที่วัดสามัคคี แต่สำหรับผู้เสียชีวิตที่มาจากต่างจังหวัด ในเบื้องต้นทางจังหวัดได้ดูแลจัดที่พักให้สำหรับญาติผู้เสียชีวิตที่จะเดินทางมาร่วมงานที่กองบิน 1 ที่สามารถรองรับได้ถึง 120 คน วันนี้มีญาติเดินทางมาพักแล้ว 30 คน และจะช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ อีก

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 5 เตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวอย่างเต็มที่

โดยกระบวนการให้ความช่วยเหลือ มีดังนี้ ให้นักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสอบถามความต้องการ สัมภาษณ์เก็บข้อมูล ประเมินสภาพปัญหา พิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณีและติดตามผลหลังการช่วยเหลือ

สำหรับแผนการให้ความช่วยเหลือและรูปแบบการให้บริการ คือ
1. กรณีผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว พิจารณาช่วยเหลือ เป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัว เงินสงเคราะห์เด็ก สำหรับบุตรผู้เสียชีวิตที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ฝึกอาชีพให้แก่สมาชิกในครอบครัว

2. กรณีเด็กและเยาวชนพิจารณาช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาเด็กหรือพิจารณาเข้าร่วมโครงการครอบครัวอุปถัมภ์

3. กรณีผู้เสียชีวิตมีบิดา-มารดาสูงอายุ พิจารณาตรวจสอบสิทธิการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ/ทุนฌาปนกิจผู้สูงอายุ

4. กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บและภายหลังการรักษามีภาวะพิการ พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามสิทธิคนพิการ เช่น แนะนำการเข้าสู่กระบวนการ ออกบัตรคนพิการ เบี้ยยังชีพคนพิการ การฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ เงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ โดยจะมีการมอบสิ่งของจำเป็น เช่นเครื่องอุปโภคบริโภคในการดำรงชีพให้ด้วย

นอกจากนี้ จังหวัดนครราชสีมาได้เปิดรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์จะช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์เทอร์มินอล 21 โคราช

โดยสามารถบริจาคได้ที่

ธนาคารกรุงไทย

เลขที่ 678-9-97951-4

ชื่อบัญชี : ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล 21 โดยจังหวัดนครราชสีมา