อำมหิตสุดๆ ตั้งลำแล้วพุ่งชนเพื่อนบ้าน คอหัก เสียชีวิต

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (25 ม.ค. 63) เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 199/336 หมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ ซอย 6 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 57 ปี ที่ขับรถชน นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง อายุ 57 ปี หัวหน้ากรมโยธาธิการ จ.เชียงใหม่ ที่กำลังยืนรถน้ำต้นไม้จนล้มลง และเสียชีวิตคาที่

ร.ต.ต.เทียนชัย รัตนพุทธานนท์ กรรมการหมู่บ้าน กล่าวว่า พอรู้เรื่อง ตนก็ไปเปิดกล้องวงจรปิดดูก็เห็นว่าทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านของผู้ตาย สักพัก จากนั้นก็มาขึ้นรถ และก็ขับพุ่งชนผู้ตาย

คร่าวๆ ก็คือ นายไพบูลย์ ส่างสาร อยู่บ้านเลขที่ 199/337 ซึ่งอยู่บ้านติดกับผู้ตาย มีอาชีพขับรถจยย.รับจ้างและรับเหมาทั่วไป เดินออกมาจากบ้าน และเดินไปยังบ้านฝั่งตรงข้าม เนื่องจากได้รับการว่าจ้าง ให้ขับรถพาเด็ก และมีผู้สูงอายุ ไปส่งที่สนามฟุตบอล ที่ห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร

จากนั้น นายไพบูลย์ ได้ถอยรถเก๋ง โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฆท 6564 กรุงเทพฯ ออกจากบ้านฝั่งตรงข้าม พอหันหัวรถตั้งลำได้ นายไพบูลย์ก็เหยียบคันเร่ง พุ่งชนผู้เสียชีวิตที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านอย่างจังและลากร่างไถลไปใต้ท้องรถลากไปไกลกว่า 40 เมตร ก่อนขับหนีไป ทั้งๆที่ยังมีเด็กในรถ 2 คน และคนแก่ลุงกับป้าอีก 2 คน

ทางด้านนางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยาผู้ตายว่า เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุตนอยู่ในบ้านหุงข้าว และทำอาหารให้ลูกกับสามีอยู่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงเร่งคันเร่งรถ และได้ยินเสียงดังกึกๆ ข้างบ้านเห็นก็ตะโกนเรียกเราให้ออกมาดู แต่เขาบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก คอหัก เขาก็เสียชีวิต

“เราอยู่หมู่บ้านนี้มา 8 ปี ก็เป็นเพื่อนบ้านกันมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายไพบูลย์ จริงๆ แล้วก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดี ส่วนตัวสามี ก็นานๆ จะกลับมาบ้าน เพราะว่าทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ จึงไม่ทราบสาเหตุ ว่าเกิดอะไรขึ้น”

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถคันที่ก่อเหตุ นำไปจอดทิ้งที่ บริเวณสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ต.คลองสวนพลู จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนตัวผู้ก่อเหตุมีพยานพบเหตุว่าขึ้นรถวินมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น