คาดว่าเฉพาะที่อู่ฮั่นอาจมีผู้ป่วยเพิ่ม 1,000 คน จนต้องสร้างโรงพยาบาลฉุกเฉินเพิ่มแห่งที่สอง

ข่าวล่าสุดวันนี้

นายโจว เซียนวั่ง นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น แถลงข่าวสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อคืนวันที่ 26 มกราคม ระบุว่า ขณะนี้เฉพาะที่เมืองอู่ฮั่นมีผู้ป่วยที่ยืนยันแล้วมากกว่า 600 ราย เสียชีวิต 45 ราย มีผู้ที่รับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัสเกือบ 90 ราย

ถึงแม้ว่าขณะนี้ เมืองอู่ฮั่นจะอยู่ในสภาพชัตดาวน์ปิดเมือง แต่นายกฯ เมืองอู่ฮั่นระบุว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนก่อนปิดเมือง มีประชาชนเดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่นมากกว่า 5 ล้านคน และหลังจากมีมาตรการปิดเมือง มีผู้คนเหลืออยู่ในเมืองอู่ฮั่นราว 9 ล้านคน จนเกิดความกังวลว่า การแพร่ระบาดอาจขยายวงไปมากกว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน

พ่อเมืองอู่ฮั่นยอมรับว่า ขณะนี้ที่เมืองอยู่อู่ฮั่นมีผู้ที่อยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวังมากกว่า 2,700 คน ในจำนวนนี้ยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ราวร้อยละ 45 พร้อมคาดว่า จำนวนผู้ป่วยใหม่เฉพาะที่เมืองอู่ฮั่น อาจเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 1,000 คน

รัฐบาลจีนได้เร่งให้เมืองอู่ฮั่นหลายโรงพยาบาลใหม่เพื่อรองรับผู้ป่วยราว 1,000 เตียง แต่สถานการณ์ล่าสุดประเมินได้ว่าไม่เพียงพอ จึงมีคำสั่งให้สร้างโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยที่เมืองอู่ฮั่นเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง รวมจำนวนกว่า 2,000 เตียง คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในต้นเดือนกุมภาพันธ์

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้บริหารเมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ยแสดงถึงความไม่พร้อมและไม่ใส่ใจในการรับมือสถานการณ์หลายอย่าง เช่น นายหวัง เสี่ยวตง ผู้ว่าการมณฑลหูเป่ย ระบุว่า อู่ฮั่นมีกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยปีละ 10,800 ล้านชิ้น แต่ไม่กี่นาทีต่อมาก็แก้ไขข้อมูลเป็น 1,800 ล้านชิ้น และอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ก็แก้ไขอีกครั้งเป็น 1,080,000 ชิ้น

ความผิดพลาดเช่นนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า ข้าราชการมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย ไม่ใส่ใจควบคุมการแพร่ระบาดของโรคจนล่าช้า และกลายเป็นสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน

ด้านคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีนระบุว่า ทั้งประเทศจีนขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 1,975 ราย เสียชีวิต 56 ราย ล่าสุด ที่กรุงปักกิ่งมีผู้ติดเชื้อเป็นทารกหญิงวัย 9 เดือน เป็นผู้ติดเชื้อที่มีอายุน้อยที่สุดรายแรก

คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีนยอมรับว่า โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่นไม่สามารถรองรับสถานการณ์ได้อีกแล้ว และการที่ประชาชนไปรวมตัวที่โรงพยาบาลจำนวนมาก จะยิ่งทำให้เกิดการติดเชื้อระหว่างกันมากยิ่งขึ้น.