นายกฯทุบโต๊ะผีน้อยจาก “แดกู-คยองซัง” ต้องถูกกักกัน14วันในพื้นที่ควบคุม

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (4 มี.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงหลังเป็นประธานการประชุมวาระเร่งด่วนเรื่องมาตรการรองรับแรงงานไทยเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ ว่าในช่วงที่ผ่านมาเราดูแลได้มากพอสมควร ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต หรือการควบคุมของไทยอยู่ในลำดับที่ 17 จาก 75 ประเทศที่มีแพร่ระบาดทั่วโลก ถือว่ายอดมีจำนวนไม่มากนักตามตัวเลขเชิงบริหาร เรามีมาตรการต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมทุกระดับ และตนให้ความสำคัญสิ่งที่ประชาชนห่วงใย เกี่ยวกับเรื่องผีน้อย หรือแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ซึ่งจะเดินทางกลับ ทุกคนเป็นห่วงเรื่องการกักตัวที่บ้าน วันนี้ที่ประชุมมีมาตรการ โดยได้สั่งการไปแล้วว่าเราจะดูพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ทุกประเทศทั่วโลก มาตรการคัดกรองทั่วไปที่ดำเนินการอยู่คือที่สนามบิน ท่าเรือ ชายแดน ด่านตรวจต่างๆ ทั้งหมด มีการตรวจสอบไปแล้วจำนวนกว่า 3 ล้านคน ในช่วงที่มีการระบาด มีการคัดกรองเข้าสู่การรักษา กักตัวอีกส่วนหนึ่งเพื่อดูอาการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ได้ประชุมและหารือวันนี้ คือเตรียมการรองรับในเรื่องผีน้อย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยที่ไปทำงานในเกาหลีใต้จำนวนมาก ทั้งถูกและผิดกฎหมาย ถือเป็นคนไทยทั้งสิ้น เราต้องดำเนินมาตรการไม่ให้ส่งผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นในระบบสาธารณสุขของไทย โดยที่ประชุมได้หารือ ถึงต้นทางคือกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยาน กระทรวงการต่างประเทศ ต้องตรวจสอบคัดกรองให้มีมาตรฐานมาตั้งแต่ประเทศต้นทาง โดยต้องมีการรับรองว่าไม่ติดโรคอะไรต่างๆ มาในชั้นต้นก่อน และทุกสายการบินต้องปฏิบัติตามนี้ ทุกสายการบินตรวจสอบอยู่แล้วว่า ใครมีไข้จะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง แต่หากหลุดขึ้นมาแล้วเป็นไข้บนเครื่องบิน เขาจะต้องแยกที่นั่ง และใช้ห้องน้ำพิเศษแยกออกจากกัน มีการใช้หน้ากากอนามัย ทั้งหมดต้องมีมาตรการดูแลบนเครื่องบินด้วย

“เอาง่ายๆ คือถ้ามีไข้ เขาไม่ให้ขึ้นเครื่อง โดยมีมาตรการการคัดกรองจากต้นทาง โดยเฉพาะจากเมืองที่มีปัญหา กระทรวงต่างประเทศยกระดับการพูดคุยระดับรัฐมนตรีของทุกประเทศ เมื่อลงมาถึงสนามบินแล้ว ก็จะมีด่านตรวจและผ่านมาตรการการรับรองด่านตรวจโรค โดยผ่านกล้อง 3 ระดับ ต่อไปจะมีการคัดกรองจากเมืองที่มีปัญหาที่สุดเข้าช่องทางที่จะต้องตรวจสอบโดยละเอียด และเมื่อผ่านการคัดกรองในจุดเหล่านี้แล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดแยกผู้มีไข้ ไม่มีไข้ คนที่มีไข้ต้องเข้าสู่พื้นที่กักกันของรัฐ เรียกว่าพื้นที่ควบคุมโรค จะมีการควบคุมในพื้นที่ของรัฐ ขณะนี้ดำเนินการอยู่แล้ว มีผู้อยู่ในพื้นที่ควบคุมประมาณ 30 กว่าคน รัฐบาลต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่คนไทยห่วงกังวลเรื่องผีน้อย วันนี้ได้ตรวจสอบไปยังประเทศต้นทาง สามารถทำได้อยู่แล้วก็จะมีการคัดกรองจากด่าน ตม. ของเกาหลีใต้ว่า คนเหล่านี้มาจากเมืองไหน มีความเสี่ยงอย่างไร แล้วจะกลับภูมิลำเนาที่ใด เมื่อเดินทางผ่านเข้ามาเราจะดำเนินการให้รัดกุม โดยเฉพาะผีน้อย พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือ 2 เมืองแดกูและจังหวัดคยองซัง-เหนือ ซึ่งมีการแพร่ระบาดมากที่สุดของเกาหลีใต้ ดังนั้น คนที่มาจากสองเมืองนี้เมื่อเข้ามาแล้วต้องถูกควบคุม ไม่มีการให้กลับไปควบคุมที่บ้าน ก็น่าจะสบายใจกันขึ้นแล้ว โดยจะมีพื้นที่ในการควบคุมคนเหล่านี้ มีแพทย์เข้าไปดูแล จะทำในมาตรฐานที่เราควบคุมในปัจจุบัน แต่ต้องหาพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติม อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นพื้นที่ใด และต้องมีการรายงานตัว รายงานผลทั้งหมด จะมีการใช้แอพลิเคชั่นเข้ามาร่วมด้วย รวมถึงแพทย์ทหาร แพทย์เคลื่อนที่เร็วเข้ามาช่วยดูแลด้วย เพราะเราต้องเตรียมความพร้อมให้มากกว่า เนื่องจากมีคนทยอยเข้ามามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเข้ามาคงจะไม่เข้ามาทีเดียว 4-5 พันคน เป็นการทยอยเข้ามา โดยผ่านมาตรการควบคุมของเกาหลีใต้ สายการบิน จนมาถึงการคัดกรองของไทย ดังนั้น ทุกคนที่มาจากสองเมืองดังกล่าว จะต้องถูกควบคุม 14 วัน ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีควบคุมที่บ้านเพื่อลดการแพร่กระจายไปในพื้นที่ต่าง เราจำเป็นต้องแก้ไขไปทีละขั้นตอน สิ่งสำคัญที่สุด ทำอย่างไรคนไทยจะปลอดภัยมากที่สุด และมีความเชื่อมั่น

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่เดินทางกลับจากเมืองอื่นๆ ของเกาหลีใต้ก็จะมีขั้นตอนคัดกรอง ถ้าเป็นไข้ก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คอาการ และกักตัวไว้ ส่วนผู้ที่ไม่มีไข้จะส่งไปยังพื้นที่ควบคุมตามภูมิลำเนาเป็นเวลา 14 วัน โดยกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดหาสถานที่รองรับในลักษณะพื้นที่จำกัด เช่น สนามกีฬา เป็นต้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาด ที่ประชุมมีการหารือเพื่อเตรียมประกาศ มี 4 ประเทศ ได้แก่ จีน อิตาลี อิหร่าน และเกาหลีใต้

เมื่อถามว่า แนวโน้มพื้นที่กักกันจะเป็นโรงพยาบาลหรือพื้นที่ทหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำลังเตรียมการอยู่ ท้ายที่สุดนึกอะไรไม่ออกก็บอกทหาร ไม่ต้องกลัว

เมื่อถามว่า ศูนย์ที่จะตั้งขึ้นในทำเนียบรัฐบาล ตามโครงสร้างใครเป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ศูนย์สั่งการนี้ตนเป็นประธานเอง การชี้แจงจะเป็นเรื่องนโยบายการสั่งการและติดตามความคืบหน้าสถานการณ์โควิด-19 และสั่งการไปยังกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายช่องทาง รวมทั้งช่องทางโทรศัพท์ด้วย เป็นการยกระดับขึ้นมาเท่านั้น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขใช้พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อร้ายแรงอยู่แล้ว ค่อนข้างจะครอบคลุม อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็เตรียมการไปสู่หากมากกว่านี้จะต้องมีกฎหมายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ขอให้เข้าใจทำอะไรก็ตามต้องอาศัยข้อกฎหมายทั้งสิ้น แต่ตอนนี้ยังอยู่ในระดับที่กระทรวงสาธารณสุขใช้พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อร้ายแรง

“ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองให้ปลอดภัย ซึ่งมีหลายปัญหามาอยู่กับเรา ฉะนั้นไม่อยากให้เอาอะไรหลายๆอย่างมาพันกันไปมา แยกเรื่องกันหน่อยแล้วกัน เรื่องใดเป็นเรื่องใดก็ว่าไป เรื่องของประชาชนก็ต้องช่วยรัฐบาล การแก้ไขปัญหาโควิด-19 มีแนวนโยบายจะปรับงบประมาณบางส่วน เพื่อให้มีเงินมาดูแลในเรื่องเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นงบประมาณเราจำกัด แผนงานโครงการบางอันที่ยังไม่มีความพร้อมต้องระงับไปก่อน เพื่อมีเม็ดเงินมาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการดูแลเรื่องเศรษฐกิจให้ถึงระดับล่างให้ได้เป็นกลุ่มไป”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว