สธ.แจงหญิงจีนดับปริศนา ไม่เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรนา ยันเชื้อไม่ทำให้ตายทันที โดยไม่มีอาการ

ข่าวล่าสุดวันนี้

สธ.แจงหญิงจีนดับปริศนาคารีสอร์ต จ.เชียงใหม่ ไม่เข้าข่ายสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เหตุไม่มีไข้ ไอ อาการปกติดี แต่จะมีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อเพื่อควมชัดเจน ส่วน จนท.สวมชุดป้องกันเข้าไปขนย้ายศพ เพื่อความปลอดภัยหรือป้องกันไว้ก่อนตามปกติ ไม่ได้หมายความว่ามีการติดเชื้อจริง พบก่อนดับมีการดื่มเหล้าอย่างหนัก คาดผลชันสูตรออกอีก 2 วัน ย้ำติดเชื้อไม่ทำให้ตายทันที ต้องมีอาการรุนแรงหลายวัน

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนเสียชีวิตภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยบุคลากรจาก รพ.นครพิงค์เชียงใหม่ มีการสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันอย่างรัดกุม ทำการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งผลชันสูตรเบื้องต้นไม่มีร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะที่โซเชียลมีเดียต่างวิตกกังวลถึงการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้วทำให้เสียชีวิตโดยทันทีหรือไม่นั้น

วันนี้ (29 ม.ค.63) นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า การสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันเข้าไปดำเนินการกับร่างผู้เสียชีวิต ไม่ได้แปลว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แต่เนื่องจากยังไม่ทราบว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด การสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันก็เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของตัวบุคลากรเองด้วย ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับช่วงนี้หากมีคนจีนเสียชีวิตก็คงต้องป้องกันไว้ก่อน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตก็ต้องมาชันสูตรต่อไปว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ คือ การเสียชีวิตแบบทันทีทันใดแบบนี้ คงไม่น่าเกิดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างที่กังวล เพราะโรคติดเชื้อไม่ได้ทำให้เสียชีวิตในทันที การจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อจะต้องมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิต ซึ่งต้องมีอาการรุนแรงนาน 10-20 วัน หากสังเกตจะพบว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ในประเทศจีน ก็ล้วนมีอาการรุนแรงและอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนถึงเสียชีวิต

นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) เชียงใหม่ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชาวจีน อายุ 32 ปี โดยเพื่อนผู้เสียชีวิตพบว่า นอนหมดสติบนเตียงของเช้าวันที่ 29 ม.ค. เมื่อโทร.แจ้ง 1669 พบว่า เสียชีวิตที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเพื่อนผู้ป่วยแจ้งว่า ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติมาก่อน แต่ได้ดื่มสุราหนักตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวันที่ 28 ม.ค. แล้วนอนประมาณ 3-4 ทุ่ม จากนั้นพบนอนหมดสติอยู่บนเตียงตอนเช้า ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตมีประวัติเดินทางมาจากเมืองกว่างโจว วันที่ 28 ม.ค. 2563 โดยบินตรงมาลง จ.เชียงใหม่ ถึงช่วงประมาณ 08.00-09.00 น. โดยผู้ตายเดินทางมาคนเดียวและมาพบเพื่อนที่รีสอร์ต 4 คน ทุกคนอาการปกติ อย่างไรก็ตาม หญิงชาวจีนรายนี้ไม่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพราะไม่มีอาการไข้ ไอ ซึ่งจากการปรึกษากับทีมของกรมควบคุมโรคก็ระบุว่าไม่เข้าข่าย แต่เพื่อความสบายใจและความชัดเจน ทีมระบาด สสจ.เชียงใหม่ ก็จะมีการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อปอดส่งตรวจสาเหตุว่า มีการติดเชื้ออะไรหรือไม่ และวางแผนผ่าศพพิสูจน์หาสาเหตุ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการชันสูตรประมาณ 2 วัน

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น