ครั้งแรกในรอบ 80 ปี! ปรากฏการณ์ น้ำตาฝน ที่อำนาจเจริญ

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563) เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 12 พ.ค. 63 ที่ผ่านมาในตัวเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า “น้ำตาฝน” อันเนื่องมาจาก หมอกตกลงมาอย่างหนัก กระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ตามถนนหนทาง แทบจะมองไม่เห็นถนน รถทุกชนิด วิ่งที่ผ่านไปมาต้องเปิดไฟตัดหมอก ขับขี่ช้าๆด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนคนเฒ่า คนแก่ ซึ่งออกจากบ้านมาทำบุญตักบาตรริมถนนหน้าบ้านพักแด่พระสงฆ์ สามเณรต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมอกลงจัดหนาแน่นแบบนี้คนโบราณ เรียกว่า น้ำตาฝน ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังฝนตกหนัก 1 วันเพราะเมื่อวานนี้ (11 พ.ค.53) ฝนตกหนักทั่วจังหวัดอำนาจเจริญ และเชื่อว่า ปีนี้ฝนจะดีข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ดีด้วย

กระทั่งเวลา 07.30 น.ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า “น้ำตาฝน” อันเนื่องมาจากหมอกตกหนัก พระอาทิตย์เริ่มขึ้นจากขอบท้องฟ้า สาดแสงกระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้หมอกเริ่มจางหาย และเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด

นางน้อย ใจดี อายุ 80 ปี ชาวบ้านเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ หลังจากทำบุญตักบัตรแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณรเสร็จแล้ว บอกว่า เคยได้ยินมารดา ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เล่าให้ฟังว่า เมื่อครบ 100 ปี หลังจากฝนตกหนัก 1 วันจะเกิดน้ำตาฝนจากที่หมอกตกลงมาอย่างหนักและฝนจะตกดีข้าวงอกงามซึ่งจะมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น และเมื่อวานนี้ (11 พ.ค.63) ฝนตกหนักตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง โดยเฉพาะช่วงเช้าวันนี้ เกิดน้ำตาฝน หมอกตกหนามาก จึงตรงกับคำบอกเล่าจากปากมารดา เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเชื่อว่า ปีนี้ ข้าวปลา อาหารจะอุดมสมบูรณ์ดีมาก

นางน้อย ใจดี กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เกิดมาอายุ 80 ปีเพิ่งเคยพบเห็น น้ำตาฝน เป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปีก็ว่าได้ เห็นแล้วถึงกับขนลุก เป็นบุญตาจริงๆ เพราะไม่คิดว่า จะได้เห็นตอนช่วงยังมีชีวิตอยู่และเกิดขึ้นก่อนจะครบ 100 ปี อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า “น้ำตาฝน” เนื่องจากหมอกตกลงมาอย่างหนักนั้นที่หลังคาบ้านทุกหลังคาจะพบเห็นและได้ยินเสียงหยดน้ำตกลงมากระทบหลังคาตลอดเวลา คล้ายกับว่า น้ำตาฝน ร่วงหล่นลงมา จากท้องฟ้า จากคนโบราณที่เคยกล่าวไว้

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *