ยังตายเพิ่ม! ไวรัสโคโรนาในจีน คร่าชีวิตไปแล้ว 213 คน เคสต้องสงสัยติดเชื้อ 15,238 เคส

ข่าวล่าสุดวันนี้

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 213 คนในจีน และผู้ป่วยสะสมอยู่ที่เกือบ 10,000 คน ศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 07.38 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่าคณะกรรมาธิการสาธารศุขแห่งชาติของจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดที่เมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของประเทศ ว่าสถิตินับตั้งแต่เดือนธ.ค. ปีที่แล้ว จนถึง ณ วันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 213 คน ส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมรวมทั้งในฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันด้วย อยู่ที่อย่างน้อย 9,720 คน


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังตรวจสอบเคสต้องสงสัยติดเชื้ออีกอย่างน้อย 15,238 เคส ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศพบแล้วอย่างน้อย 18 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐ ฝรั่งเศส เวียดนาม เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) แคนาดา อิตาลี กัมพูชา ฟินแลนด์ อินเดีย เนปาล ฟิลิปปินส์ และศรีลังกา โดยไทยและญี่ปุ่นเป็นประเทศมีผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คืออย่างน้อย 14 คน

ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประกาศให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากเมืองอู่ฮั่น “เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” เป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ต่อจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก เมื่อปี 2552 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา ระหว่างปี 2556-2559 สถานการณ์โรคโปลิโอ เมื่อปี 2557 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา เมื่อปี 2559 และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยตองโก ( ดีอาร์คองโก ) เมื่อปี 2562.

เครดิตภาพ : AP

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น