เปิดโอกาส “อาบ-อบ-นวด” ทำสมุดบันทึกลูกค้า ทำลายทิ้งทุก 1 เดือน

ข่าวล่าสุดวันนี้
  1. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ธุรกิจสถานบริการอาบอบนวดจึงจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการในเข้ากับยุคนิวนอร์มอล โดยหมอนวดต้องสวมเฟซชิลด์ และนั่งเว้นระยะห่างกันเพื่อรอแขกแบบไม่มีตู้ และผู้ที่มาใช้บริการก็จำเป็นจะต้องเช็คอินแอปพลิเคชั่น ไทยชนะด้วย ในส่วนของเรื่องที่ทุกคนให้ความกังวลใจก็คือ การเช็คอินในแอปพลิเคชั่นไทยชนะ เพราะลูกค้าหลายท่านไม่สะดวกใจในส่วนนี้ ก็บอกเลยว่าไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะทางร้านยังมีการบริการลงชื่อและทิ้งเบอร์โทรไว้แทน เพราะฉะนั้นลูกค้าท่านใดที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ก็เบาใจได้เลย เพราะเมื่อท่านลงชื่อเรียบร้อยทางร้านก็จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนนี้ของท่านไว้ให้เป็นความลับที่สุด และทางร้านจะทำการทำลายทิ้งทุกๆ 1 เดือนเพื่อความสบายใจของลูกค้าทุกท่านที่สำคัญคือต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการรับบริการ

 

2.จากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ประกาศให้ทำการปลดล็อกเฟส 5 ให้สถานบริการและกิจกรรมความเสี่ยงสูงกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปรกติอีกครั้ง เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและตัวพนักงานเอง ในเรื่องของการขาดรายได้ เพราะต้องปิดกิจการไปนานเกือบ 4 เดือน

 

  1. จากการสำรวจสถานบริการอาบอบนวด ย่านถนนรัชดาภิเษก และถนนพระราม 9 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63 พบแต่ละแห่งมีการเตรียมพนักงานทำความสะอาดสถานที่ ก่อนกลับมาเปิดให้บริการกับลูกค้า เช่น สถานอาบอบนวดแห่งหนึ่งใกล้แยกพระราม 9 ตัดเลียบด่วนฯ โดยทางร้านแห้งนี้ได้มีการประชุมกันกับพนักงานทุกระดับชั้น เพื่อซักซ้อมแผนนิวนอร์มอลก่อนเปิดบริการ เพื่อความปลอดภัยกับทั้งผู้บริการและลูกค้า

4.โดยสาวที่ให้บริการของทางร้านเผยมาว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางร้านได้ทำหนังสือเชิญสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้เดินทางมาเยี่ยมชมมาตรฐานการป้องกันโรคโควิด-19 ตามแนวทางให้บริการนิวนอร์มอลของทางร้าน ในขณะนี้พนักงานกว่า 300 คน ถูกเรียกตัวให้มาตรวจเลือด โดยทางร้านมั่นใจว่าปลอดเชื้อ 100% และทางร้านยังกล่าวต่ออีกว่า เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน ทางร้านจะมีเครื่องเทอร์โมสแกนแบบที่ใช้กันในสนามบินเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ และในส่วนของการจัดโต๊ะบริการ จากเดิมนั้นทางร้านให้ลูกค้านั่งโต๊ะละ 4  แต่ปัจจุบันนี้เหลือแค่ 2 จุดหลัก ไฮไลต์ของร้าน ที่มารอให้บริการแขก จะไม่มีกระจกกั้น และเดิมทีที่ทางร้านให้นั่งติดกัน ก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งเว้นระยะห่างแบบสลับฟันปลาแทน และขณะนั่งรอให้บริการพนักงานก็ยังคงต้องสวมใส่เฟซชิลด์ เพราะวิธีนี้อย่างน้อยแขกก็ยังสามารถเห็นใบหน้า และหากต้องลงมาให้บริการลูกค้าพนักงานก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเพื่อความปลอดภัย และต้องสวมไปจนสิ้นสุดการให้บริการ

 

5.ในส่วนของข้อปฏิบัติหลักๆ เมื่อมารับบริการที่อาบอบนวดนั้น ก็คือ

5.1 ทางร้านจะสามารถรับลูกค้าเฉพาะคนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติต้องงดบริการชั่วคราวไปก่อน

5.2 และในการรับลูกค้านั้นทางร้านจะต้องรับเฉพาะประเภทแบบมาเดี่ยว ห้ามรับแบบกลุ่ม

5.3โดยแขกทุกคนที่จะมาใช้บริการของทางร้านนั้น ต้องผ่านการตรวจสแกนอุณหภูมิ และต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอร์ฆ่าเชื้อตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าเลย

 

5.4 ที่สำคัญเป็นอย่างมากคือลูกค้าที่จะมาใช้บริการนั้น ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย

5.5 ทางร้านต้องงดการจำหน่ายสุราเด็ดขาด จะขายได้เฉพาะเบียร์ หรือเครื่องดื่มที่เป็นกระป๋อง แบบดื่มคนเดียวเท่านั้น เพื่อความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค

5.6 และในการมาใช้บริการนั้นลูกค้าทุกคนจะต้องเช็คอินกับแอปพลิเคชันไทยชนะด้วยเสมอ

5.7 ในเรื่องของความสะอาดหลังการใช้บริการ ทางร้านจะต้องมีการฆ่าเชื้อที่อ่าง และเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทุกชิ้น

 

 

ในส่วนของเรื่องที่ทุกคนให้ความกังวลใจก็คือ การเช็คอินในแอปพลิเคชั่นไทยชนะ เพราะลูกค้าหลายท่านไม่สะดวกใจในส่วนนี้ ก็บอกเลยว่าไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะทางร้านยังมีการบริการลงชื่อและทิ้งเบอร์โทรไว้แทน เพราะฉะนั้นลูกค้าท่านใดที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ก็เบาใจได้เลย เพราะเมื่อท่านลงชื่อเรียบร้อยทางร้านก็จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนนี้ของท่านไว้ให้เป็นความลับที่สุด และทางร้านจะทำการทำลายทิ้งทุกๆ 1 เดือนเพื่อความสบายใจของลูกค้าทุกท่าน

 

 

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *