วันสุดท้าย…ในผืนป่า

ข่าวล่าสุดวันนี้

เช้าแล้วจ้า…เราตื่นขึ้นมาเกือบ ๆ 6 โมงเช้าแน่ะ เสียงนกมาร้องทักทาย อยู่รอบแคมป์เซ็งแซ่ ไปหมด มีความสุขจังเลย…

ดอนกับน้องลูกหาบ ลุกขึ้นเติมฟืนหุงข้าวกันแล้ว มื้อเช้าสุดท้ายในป่าก็มาม่า ตามเคย แถมด้วยข้าวต้ม ที่เหลือจากเมื่อคืนอีกหน่อย…. หมอเล็กเตรียมตุนข้าวกลางวันเต็มที่ กลัวจะหน้ามืดเหมือนเมื่อวานอีก … ขณะที่ทุกคนสาละวนเก็บของ … พี่หนวดแหงนมองไปเห็นเจ้าขุนทอง 2 ตัวกำลังส่งเสียงแจ๋ว ๆ ทักทายอยู่บนยอดไม้ รีบคว้ากล้องดูนก มาส่องกันใหญ่… เสียงคุณชายน้องตะโกนถามหาน้ำหอม บอกว่าเหม็นเปรี้ยวตัวเองจัง รู้สึกว่าอารมณ์คนเมืองจะกลับมาเร็วก่อนกำหนดนะยะ …. สายฟ้าเค้าเป็นสาวเป็นนาง ใส่เสื้อขึ้นขี้เกลือ เป็นลายแผนที่ประเทศไทยเต็มหลัง ยังไม่บ่นซักคำเลย…

… แล้วเช้านี้คุณชาย เธอหาวิธีทำให้เป้เบาลงไปอีก ด้วยการยกมรดกเปล ที่นอนมา 4 คืน ให้ดอนเอาไปใช้ต่อ…เลยมีแรงลุกขึ้นมาเต้นท่าเช้คกับเจ้าเป๋า ก่อนออกเดินทาง … คุณหญิงเล็ก ก็ปรึกษาหารือกับน้องๆ ว่าจะแต่งหน้าทำผมกันยังไงดี สำหรับการเข้าพิธีรับประกาศนียบัตร อันยิ่งใหญ่เย็นนี้ (เฮ่อ ! จะเว่อร์ตาย)

08.15 น. หันไปมองรอบ ๆ แคมป์แม่รีวา พบแต่ราวไม้ไผ่โล่ง ๆ ที่เราใช้ตากผ้ากันเมื่อวาน กับลูกคำบ่องเปี้ยวที่หล่นเกลื่อนกลาด ใจหายเล็กน้อย จะกลับบ้านกันแล้วหรือน… ี่ อารมณ์กำลังจะอินได้ที่ คุณชายน้องก็ลุกขึ้นคว้าไม้เท้า ขึ้นมาควงเป็นคธาดรัมเมเยอร์ นำหน้าขบวน….ตะละแล๊ด แต๊ดชึ่ง แต๊ดชึ่ง แต๊ดชึ่ง….รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุงให้รุ่งเรืองสมเป็นเมืองของไทย… เสียงเพลงปลุกใจดังลั่นป่า…

… ลาก่อน แม่รีวา ถ้ายังมีแรงจะกลับมาซ่อมใหม่ ที่น้ำตกแม่รีวานะจ๊ะ ….

วันนี้เป็นวันสุดท้าย …คุณหญิงเล็กทำเก่ง ขอแบกเป้เองอีกซักวัน (แต่ก็แบกได้แค่ก่อนเที่ยงเท่านั้น พอพักเบรคกลางทาง ก็ขอคืนให้ต่ายเหมือนเดิม) แล้วสี่คนก็เดินรั้งท้ายกันอีก ช่วงแรก ๆ ของการเดินเราได้เจอ …นกแขกเต้า 3 ตัว (ทีแรกคิดว่าเป็นนกแก้วซะอีก) และก็ ปรอดเหลืองหัวจุก อีกตัว เรามาถึงคลองแม่กระสา เมื่อเวลา 09.30 น. เส้นทางวันนี้กับวันแรก เป็นทางเดียวกัน ขึ้นมอลงมอเหมือนกัน ก็จะใช้เวลาพอ ๆ กัน วันที่เรามาวันแรก เราออกเดินทาง 9 โมงเช้า ถึงคลองแม่กระสา 3 โมงเย็นกว่า ใช้เวลา 6 ชั่วโมงเศษ … ดอนบอกว่าฉะนั้นวันนี้ เราก็จะถึง ที่ทำการอุทยานประมาณ 4 โมงเย็น…

… พอข้ามคลองแม่กระสา มาได้สักพัก พวกเราก็หลุดเป็นสองชุดอีกแล้ว โดยมีทีมดูนก อยู่รั้งท้ายขบวนเช่นเคย… โชคดีอีกครั้ง…เราได้เจอพญาไฟสีกุหลาบ กับนกติ๊ดสุลต่าน ที่มาพร้อม ๆ กับนกไต่ไม้หลายตัว ที่กำลังไต่ลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นชนิดไหน เปิด Birds guide แล้วคุณชายน้อง บอกว่านกไต่ไม้ท้องสีเม็ดมะขาม น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด …เอ้า!!! เชื่อก็เชื่อนะ ยังไงพี่แกก็ยังจำแม่นกว่าเราเยอะ

… เที่ยงแล้ว พักกินข้าวกันก่อน ที่ริมห้วย พวกพี่หนวดมานั่งรออยู่แล้ว พี่หนวดบอกว่าเจอนกอะไรไม่รู้ ตัวใหญ่ สีดำ ๆ เขียว ๆ แดง ๆ ยังไงไม่รู้ เห็นกันสามคนแต่บอกไม่ตรงกันซักคน คนฟังจะปวดหัวตาย สรุปได้ว่า… มันต้องเป็น “นก……อะไรซักอย่าง” แต่พี่หนวดนั่งยันนอนยัน ว่าจำหน้านกได้แม่นยำ เห็นชัดในระยะใกล้ด้วยตาเปล่า จำได้ทุกสัดส่วนเลย แหม…ยังกะดูประกวดนางงามเลยนะคุณพี่ ..

… นกกับเป๋าจัดข้าวกล่องไว้ รอชุดบ๊วยตามสเต็ปเดิม กับข้าวยังมีไข่เค็มอีกเยอะ เสียงใครไม่รู้ บอกให้น้องลูกหาบกินให้หมด “จะกินดี ๆ หรือกินทั้งน้ำตา” นพกับแบ๊งค์เลยต้องรีบทำตาม ไม่รู้ว่าจะกลัวเสียน้ำตา หรือกลัวจะแบกหนักกันแน่ หลังข้าวกลางวัน เราบรรจุน้ำเต็มขวด ก่อนออกเดินต่อ พร้อมผ้าโพกหัวที่ชุบน้ำไว้จนเย็นฉ่ำ พี่หนวดบอกว่าเดินอีกสองจึ๊กก็ถึงแล้ว ว่าแล้ว ก็คว้าเป้ขึ้นหลัง ออกเดินนำหน้าน้อง ๆ ทันที

แก้มขาว เจ้าหน้านวล
ยิ้มแย้มยวน ชวนให้ชม
กลีบบางเบา ราวปลิวลม
กี่คนชม ที่จากไป…
.

เราแวะก้มลงบอกลา เจ้าดอกแก้มขาว ที่รอส่งเราอยู่ข้างทาง อย่างอาลัยอาวรณ์หน่อย ๆ และยัง ดอกไม้สวยอื่น ๆ อีกหลายดอกที่ยังไม่รู้ชื่อ …

… คุณหญิงเล็กเหลือบไปเห็น ถั่วอะไรไม่รู้คล้ายถั่วแระ แต่สีคล้ำ และใหญ่กว่ากันมาก อยู่ข้างทางที่ผ่านไป ต่ายบอกว่าเป็นหมามุ่ย หมามุ่ยยักษ์น่ะซี ฝักบะเริ่มขนาดนี้ นันท์ก็หันไปทางขวา … มือชี้ให้ดูต้นอย่างเดียวกัน… ดอกสีม่วงสวยเชียว เหลืออยู่ฟิล์มสุดท้าย เอาวะ ยกให้เจ้าหมามุ่ยนี่ก็ละกัน … นพช่วยเอาไม้เขี่ยใบออกให้ถ่ายรูปได้จะจะ… แต่ไม่ทันใจคุณหญิงป้าวัยรุ่น เธอเลยเอามือปัดออกเสียเอง ไม่เห็นคันอะไรเลย แต่แล้วพักเดียวเท่านั้น นิ้วอันเรียวงามของเธอ ก็มีอันบวมขึ้น ทุกนิ้วเลย !! โสนะหน้า….

… ช่วงบ่ายนี้เราเดินผ่านป่าไผ่สลับหญ้าคาร้อน ๆ ร่ม ๆ เป็นพัก ๆ เดินขึ้นมอลงมอกันอยู่นั่นแหละ เป๋าเริ่มออกอาการยางแตกแล้ว เดินขาปัด ๆ ดมยาดม และหยุดพักบ่อยขึ้น …นกยังมีแรงดีแบกเป้อันเท่าบ้าน เดินได้สบายมาก แต่ตาคอยมองหาเป๋า ด้วยความเป็นห่วงตลอดเวลา

… สายฟ้าที่กลายเป็น “นกสองหัว” ในวันนี้ เริ่มทิ้งกลุ่มแรก ลงมาอยู่กลุ่มหลัง แอบนินทา “พี่เป๋าเป็นอะไรไม่รู้ พักนี้ไม่แข็งแรงเลย” บ่ายนี้เป๋า ยอมอมบ๊วยอ ยู่กับพวกสี่ยอดกุมาร พักยกสุดท้ายอีกครั้ง เที่ยวนี้นั่งกันนาน 10 กว่านาที ดอนบอกว่าทีนี้ จะขึ้นมออีกทีละนะ คุณหญิงเล็กทำเก่งอีกแล้ว คว้าเป้มาขึ้นหลังเอง ช่วงนี้รู้สึกว่าไม่หนักหนาเหมือนเมื่อวาน เพราะความชัน ที่น้อยกว่ากัน เพียงแต่ว่าอากาศร้อนมากเท่านั้น …

… แล้วเราก็มาถึง สถานีที่ 1 เมื่อนาฬิกาข้อมือบอกเวลา 15.20 น. เราตะโกนบอกพรรคพวกว่า เหลืออีก 10 นาทีจะถึงเส้นชัยแล้ว เพราะจำได้ว่าขามาวันแรกเราใช้เวลาช่วงนี้ 10 นาที (แต่ขอโทษที จำผิดไปหน่อย ที่จริงใช้เวลา15 นาทีตะหาก) ดังนั้นเมื่อเวลา 15.40 น.เราจึงมาถึงที่ทำการพอดี (ทำเวลาได้เก่งจริง ๆ)

… คุณหญิงเล็กจุมพิตไม้เท้าคู่ชีพ ก่อนที่จะอำลา วางพิงไว้ที่ป้ายปากทางขึ้น แล้ววิ่งแข่งกับ ด.ญ.สายฟ้า ตัดหน้าพี่หนวด ที่เดินนำมาแบบตามสบาย โดยที่พี่หนวดยังงง ๆ อยู่ว่ามันเล่นอะไรของมันกันวะ และแล้วในที่สุด สายฟ้าก็เข้าเส้นชัย ที่บริเวณเสาธง เป็นคนที่หนึ่ง มีคุณหญิงเทพธิดาเข็มแดง ตามมาติด ๆ เป็นอันดับสอง และพี่หนวดก็เลยได้เหรียญทองแดง ไปอย่างเรียบร้อย โดยไม่มีการประท้วง ดอนหันมาหัวเราะชอบใจใหญ่ในความบ้าของคนกลุ่มนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *