อย่าเชื่อ-อย่าแชร์! กรมวิทย์ฯ ยืยัน เติม “แป้งสาลี” ลงใน “น้ำมันเก่า” อันตราย-ไม่ช่วยคุณภาพดีขึ้น

ข่าวล่าสุดวันนี้

1.เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา จากกรณีที่มีประชาชนสอบถามเข้ามา ถึงการเผยแพร่ของสื่อออนไลน์ เรื่องวิธีการเปลี่ยนน้ำมันเก่าที่ใช้แล้วให้กลับมาใสเหมือนเดิม ด้วยการเติมแป้งสาลีผสมน้ำนั้น ว่าจะมีความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

2.นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โดยการนำน้ำมันปาล์มจากครัวเรือน ร้านอาหารริมทางที่ผ่านการทอดปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ และเกี๊ยวกรอบมาตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นเติมแป้งสาลีผสมน้ำลงไปเพื่อให้แป้งสาลีได้จับคราบดำและตะกอนต่างๆ

3.หลังจากที่ได้ตรวจวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพทางกายภาพและทางเคมีของน้ำมัน ทั้งก่อนและหลังแล้วได้พิจารณาจาก
-สีและตะกอน
-ค่าของกรด ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้คุณภาพของน้ำมัน
-ค่าเพอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้ขั้นต้นของการเกิดกลิ่นหืน
-สารโพลาร์ ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้คุณภาพของน้ำมันทอดซ้ำ

4.พบว่าน้ำมันเก่าที่ใช้แล้วหลังผ่านกรรมวิธีดังกล่าวมาแล้ว มีสีจางลงและตะกอนน้อยลงแต่ค่าของกรด ค่าเพอร์ออกไซด์และสารโพลาร์ในน้ำมันก่อนและหลังการทำให้ใสไม่แตกต่างกัน

5.สำหรับการทอดอาหารไม่ควรใช้ไฟแรงเกินไปและควรซับน้ำบนผิวของอาหารก่อนลงทอด เพราะน้ำจะทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติรวมถึงควรเปลี่ยนน้ำมันสำหรับทอดให้บ่อยขึ้น

6.ในการทอดอาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องปรุงรสปริมาณมาก ควรกรองเศษอาหารให้หมดก่อนที่จะเก็บน้ำมันทุกครั้ง ไม่ควรใช้น้ำมันทอดซ้ำเกิน 2 ครั้ง และควรเก็บน้ำมันที่ใช้แล้วในภาชนะสแตนเลสหรือแก้ว

7.สำหรับภาชนะที่ใช้เก็บน้ำมันควรมีฝาปิดสนิทเพื่อไม่ให้โดนแสงแดดจะได้ช่วยป้องกันการเหม็นหืน อีกทั้งควรบริโภคของทอดแต่น้อยและรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยของผู้บริโภคนั่นเอง

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *