ยังให้โอกาส! ตร.ติดตาม “โจ๋ รถคอก” ฉกสุนัขหลานสาวผู้ว่าฯแลกค่าอาหาร

ข่าวล่าสุดวันนี้

1.วันที่ 30 ก.ค. 63 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชัชนี คงเมือง” ได้โพสต์ข้อความตามหา สุนัขไซบีเรียนชื่อกล้วยเชื่อม หายตัวไปที่ร้านค้าใกล้ ห้างบิ๊กซีเพชรบูรณ์ น้องวิ่งเล่นแล้วหายไป เจ้าของมีสินน้ำใจให้ 5000 บาท”

2.น.ส.ชัชนี คงเมือง อายุ 38 ปี เจ้าของร้านค้าไม้หน้าค่ายพ่อขุนผาเมือง เปิดเผยกับว่า ตนมีสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนอยู่ 2 ตัว ชื่อกล้วยเชื่อม กับกล้วยฉาบ โดยในวันเกิดเหตุได้ปล่อยให้วิ่งเล่นอยู่ลานหน้าบ้าน และคาดว่าน้องอาจจะวิ่งเตลิดออกไปข้างนอก โดยวิ่งกลับมาเพียงตัวเดียวคือกล้วยฉาบ ส่วนกล้วยเชื่อมซึ่งเป็นเพศเมียอายุ 6 เดือน ไม่ยอมกลับมา

3.น.ส.ชัชนี กล่าวต่อว่า ตนจึงได้ออกตามหาไปขอดูกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆในบริเวณใกล้เคียง แต่ก็ไม่พบเบาะแส จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งประกาศหาทางเฟซบุ๊ก

3.ท่านกฤษณ์ คงเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ผวจ.เพชรบูรณ์ คนใหม่ ซึ่งเป็นอาของน.ส.ชัชนี ก็ได้โพสต์ขอให้ชาวโซเชียลช่วยตามหาด้วย

4.นายไพบูลย์ น้อยคำมี อายุ 69 ปี สามีเจ้าของร้านอาหารคุณกุ้ง หมู่ 9 บ้านซับสาริกา ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน เปิดเผยว่าในช่วงค่ำของวันที่ 27 ก.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6-7 คน ขับรถกระบะวีโก้ สีดำแบบมีคอก แต่จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ซึ่งคาดว่าเป็นนักท่องเที่ยวจาก กทม. ได้แวะรับประทานอาหาร สั่งทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เมื่ออิ่มแล้วได้สั่งคิดเงินเป็นเงินกว่า 2 พันบาท

5.หนึ่งในวัยรุ่นได้สอบถามตนว่าสนใจจะซื้อสุนัขพันธ์ไซบีเรียนหรือไม่ พร้อมทั้งพาตนเดินไปดูที่รถ พบว่าเป็นสุนัขพันธ์ไซบีเรียนสีเทา ขนสะอาด โดยอ้างว่าญาติที่เขาค้อให้มา และหากกลับไป กทม. ก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยงได้เพราะเจ้าของหอไม่ให้เลี้ยงสัตว์

6.นายไพบูลย์ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นสุนัขที่มีราคาแพงอย่างแน่นอน จึงปฏิเสธไปโดยบอกว่าไม่มีเงิน แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวได้เปลี่ยนเป็นแลกกับค่าอาหาร ตนจึงตกลง เพราะตนก็ชอบเลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว

7.แฟนของนายไพบูลย์กลับมาที่ร้านจึงได้ต่อว่าพร้อมทั้งบอกว่าต้องเป็นสุนัขที่มีเจ้าของและอาจจะถูกขโมยมาก็ได้

8.ในช่วงดึกแฟนของนายไพบูลย์ได้เปิดเฟซบุ๊กและพบว่ามีการประกาศหาสุนัขตัวดังกล่าว และยิ่งตกใจเมื่อทราบว่าเจ้าของสุนัขเป็นหลานสาวของว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้ติดต่อและนำไปส่งโดยนัดเจอกันกลางทาง ซึ่งเมื่อเจ้าของได้พบสุนัขแล้วถึงกับกราบขอบคุณตน และกอดสุนัขและร้องไห้สะอึกสะอื้น ตนเห็นแล้วก็น้ำตาคลอไปด้วย เพราะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี

9.น.ส.ชัชนี ได้โพสต์ข้อความว่า “เจอแล้วขอบพระคุณทุกท่าน คนเพชรบูรณ์ใจดี คนเพชรบูรณ์ไม่เคยทิ้งกัน”

10.9.น.ส.ชัชนียังได้กว่าอีกว่า สำหรับผู้ที่อุ้มน้องกล้วยเชื่อมไปนั้น หากทราบข่าวอยากจะขอโทษก็ยินดีแต่ขอให้ติดต่อมาโดยเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปเชิญตัวมาดำเนินคดีเป็นคดีตัวอย่าง ไม่เช่นนั้นตนอาจจะไม่ให้อภัยก็เป็นได้

ความสำคัญของภาษาถิ่น
ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่พูดกันในท้องถิ่นต่างๆ ตามปกติ เป็นภาษาที่คนในถิ่นนั้นๆ ยังคงพูดและใช้อยู่จำนวนมาก คำบางคำในภาษากลางได้เลิกใช้ไปแล้ว แต่ในภาษาถิ่นยังคงรักษาขนบธรรมเนียมไว้เป็นอย่างดี

ในการศึกษาภาษาถิ่นย่อมจะศึกษาท้องถิ่นในด้านที่อยู่อาศัย ความเป็นอยู่ ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมได้ เพราะภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ภาษาถิ่นจะรักษาคำเดิมได้ดีกว่าภาษามาตรฐาน เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงทางภาษาและวัฒนธรรมน้อยกว่า นอกจากนี้การศึกษาในท้องถิ่นมีประโยชน์ในการศึกษาด้านวรรณคดีอีกด้วย เพราะวรรณคดีเก่าๆ นั้น ใช้ภาษาโบราณ ซึ่งเป็นภาษาถิ่นจำนวนมาก เช่น วรรณคดีสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถ้าเราไม่เข้าใจภาษาถิ่นที่ใช้ ก็จะตีความไม่ออกและยากต่อการศึกษาวรรณคดีนั้นๆ ได้ ฉะนั้นเราจึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาภาษาถิ่นทุกถิ่น จึงจะมีความรู้กว้างขวาง เช่น ในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ว่า

“เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้สิบเก้าเข้า” คำว่า “เข้า” แปลว่า ปี สิบเก้าเข้า คือ อายุเต็ม 18 ย่าง 19

“ตนกูพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้ขุนสามขนพ่ายหนี” คำว่า แพ้ ในที่นี้ เป็นภาษาถิ่นเหนือ แปลว่าชนะ คำว่า พ่าย จึงแปลว่า แพ้ ถ้าเป็นภาษากลาง คำว่า พ่าย หรือคำว่าแพ้ แปลเหมือนกันคือไม่ชนะ

ข้อความนี้หมายถึงพ่อขุนรามคำแหงทรงไสช้างเข้าชนกับช้างของขุนสามชนตัวที่ชื่อมาสเมือง และพระองค์ทรงสามารถรบชนะขุนสามขนจนขุนสามชนแพ้แล้วไสช้างหนีไป (ระวีวรรณ อินทร์แหยม, 2542, หน้า 10)

นอกจากนี้ ฉันทัส ทองช่วย (2534, หน้า 13-15) กล่าวว่า ภาษาถิ่น เป็นภาษาของกลุ่มชาติที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาษาไทยถิ่นเป็นภาษาของกลุ่มชาวไทย ซึ่งอาศัยกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ภาษาถิ่นของชนกลุ่มใดย่อมเป็นภาษาที่มีความสำคัญต่อชนกลุ่มนั้นมากที่สุด เพราะเป็นภาษาที่ใช้พูดติดต่อสื่อสารร่วมกันมาตั้งแต่เกิด โดยสามารถพิจารณาจากเจ้าของภาษาและผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับภาษาได้ดังนี้

ภาษาถิ่นเป็นภาษาประจำถิ่นของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นภาษาที่ต้องใช้ติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาที่ใช้มาตั้งแต่แรกเกิด ได้เรียนรู้ จดจำ สืบทอดและร่วมรับในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เป็นภาษาที่มีความสำคัญในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ภาษาถิ่นจึงมีความสำคัญต่อกลุ่มชนผู้เป็นเจ้าของภาษานั้นๆ มากที่สุด

ภาษาถิ่นเป็นวัฒนธรรมส่วนหนึ่งที่ควรศึกษา เพราะการศึกษาภาษาถิ่นจะช่วยให้เข้าใจสภาพสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชนได้ทางหนึ่ง ภูมิปัญญาของชาวบ้านด้านต่างๆ เช่น เพลงกล่อมเด็ก นิทาน ปริศนาคำทาย ชื่อบุคคล ชื่อพืชและชื่อสัตว์ ชื่อสิ่งของเครื่องใช้ ชื่ออาหารเครื่องดื่ม บทสวดในพิธีกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นต่างๆ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารถ่ายทอดทั้งสิ้น

ภาษาถิ่นเป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชน เราอาจกล่าวได้ว่ากลุ่มระดับชาวบ้านที่ใช้ภาษาเดียวกันในชีวิตประจำวันสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนจะต้องมีประวัติความเป็นมาร่วมกัน เช่นชาวไทยถิ่นตากใบกับชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยในอำเภอตุมปัต รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพูดภาษาไทยถิ่นตากใบในชีวิตประจำวันอยู่ในขณะนี้ จะต้องมีประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนร่วมกันมาในอดีต ปัจจุบันก็ต้องเกี่ยวข้องกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี แสดงว่าเราสามารถใช้ภาษาถิ่นเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนได้

ภาษาถิ่นเป็นบ่อเกิดของวรรณกรรมท้องถิ่น ผลการสำรวจวรรณกรรมท้องถิ่น ที่สืบทอดกันด้วยวาจา หรือเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาปากต่อปาก (มุขปาฐะ) และวรรณกรรมที่ได้มีผู้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น วรรณกรรมสมุดข่อย วรรณกรรมใบลานและ ศิลาจารึก พบว่ามีจำนวนมหาศาล วรรณกรรมเหล่านี้มีหลายประเภท เช่น วรรณกรรมเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ นิทานประโลมโลก ตำนาน เป็นต้น วรรณกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ เป็นวรรณกรรมที่ใช้ภาษาถิ่นเป็นสื่อในการถ่ายทอด ดังนั้นถ้าไม่มีภาษาถิ่นวรรณกรรมท้องถิ่นเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ดังนั้น ภาษาถิ่นจึงมีความสำคัญคือ เป็นภาษาประจำถิ่นของกลุ่มชนที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และสืบทอดต่อเนื่องมายังลูกหลาน โดยผ่านวัฒนธรรมทางภาษาที่เป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์และเป็นบ่อเกิดของวรรณกรรมท้องถิ่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *