ปลัดอำเภอเจอเต็มๆ หลังนำทีมบุกพิสูจน์ “ต้นไม้ผีหลอก” ตอนกลางคืน

ข่าวล่าสุดวันนี้

จากกรณีที่สาวโรงงานแห่งหนึ่ง และชาวบ้านหลายคน ที่ขับรถสัญจรผ่านถนนทางโค้งระหว่างบ้านพูนสุข กับบ้านหนองจอก ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เจอเงาสีดำรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งเชื่อว่าเป็นผี หรือวิญญาณมาปรากฏให้เห็นจนหลายคนไม่กล้าสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวตอนกลางคืน

ล่าสุด (ค่ำวันที่ 9 ก.ย.63) ก็ได้มีชาวบ้านทยอยเดินทางมาดูต้นจบกที่ถูกระบุว่ามีคนเจอผี หรือวิญญาณสิงสถิตอยู่ บางคนก็นำแป้งมาทาที่ต้นจบก และจุดธูปเทียนกราบไหว้ขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และบางคนก็ถึงกับขับรถผ่านไปมาตอนกลางคืนแล้วใช้ไฟส่องเพื่อพิสูจน์ว่าต้นไม้มีผีจริงหรือไม่

ขณะที่นายทวี ไขว้พันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ และตัวแทนจาก อบต.เฉลิมพระเกียรติ ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบต้นไม้ที่ชาวบ้านระบุว่าเจอผี หรือเงาดำ ก็พบว่าบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืดไม่มีไฟส่องสว่าง

ทั้งนี้ยังได้ทดลองใช้ไฟรถยนต์ส่องไปยังต้นจบก ก็พบว่าบริเวณกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาบนถนน มีเงาสีดำลักษณะคล้ายคนนั่งบนกิ่งไม้จริง ซึ่งก็เกิดจากการแสงไฟส่องทำให้เป็นเงา แต่ไม่ใช่ผีหรือวิญญาณ

จากกรณีดังกล่าวก็จะได้รายงานผู้บังคับบัญชา และเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่าง เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของชาวบ้านที่สัญจรถนนสายดังกล่าวด้วย

หลอนจริงหรือแค่มโน!
สาวรง.ขี่จยย.กลับบ้านเจอผีกระโจนเกาะหลังขอไปด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย.63 โดยผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ว่า มีคนถูกผีหลอกขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเลิกงานตอนกลางคืน จนคนในหมู่บ้านหวาดกลัวไม่กล้าออกจากบ้านตอนกลางคืน เมื่อไปสอบถามเจอกับคนที่ถูกระบุว่าโดนผีหลอกคือ น.ส.เจนจิตร อุตส่าห์การ อายุ 36 ปี ชาวบ้านหนองสะแก ปัจจุบันทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่งใน อ.เฉลิมพระเกียรติ

น.ส.เจนจิตร เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเลิกงานกะดึกตอนประมาณ 3 ทุ่ม ระหว่างขับมาถึงบริเวณทางโค้งระหว่างบ้านพูนสุข กับบ้านหนองจอก ก็มีเงาดำรูปร่างใหญ่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ จากนั้นเงาดำก็กระโจนลงมานั่งค่อมรถของตนลักษณะเหมือนใช้มือเกาะไหล่คล้ายจะขอไปด้วย ตอนนั้นรู้ทันทีว่าถูกผีหลอกในใจรู้สึกกลัวแต่ทำเป็นใจดีสู้เสือและพูดกับร่างเงาดำว่า “ไม่ใช่ญาติพี่น้องอย่ามารบกวน อย่ามาเกาะ อย่ามาติดตาม” ก่อนจะรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าเป็นทางโค้ง พอกลับถึงบ้านได้เล่าให้แม่ฟังว่าถูกผีหลอก แม่จึงใช้ข้าวสารมาทำพิธีปัดเป่าสิ่งไม่ดีหรือไล่วิญญาณไม่ให้มาติดตาม

น.ส.เจนจิตร เล่าต่อว่า ปกติจะไม่ได้ขับกลับบ้านเส้นทางนี้จะใช้อีกเส้นทางหนึ่ง แต่บังเอิญวันนั้นเส้นทางที่ใช้ประจำมีคนประสบอุบัติเหตุรถล้มเสียชีวิต เป็นคนกลัวผีจึงเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนี้แทนเพื่อความสบายใจ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอผีหลอก ยอมรับว่าหลังเจอเหตุการณ์ดังกล่าวก็รู้สึกกลัวจะพยายามไม่กลับคนเดียว พอไปเล่าให้ชาวบ้านฟังก็มีคนเฒ่าคนแก่บอกว่า บริเวณดังกล่าวเคยมีคนถูกยิงตายเมื่อหลายปีที่แล้ว และเคยมีคนเจอในลักษณะนี้เหมือนกัน

ด้านนางชูชีพ ศรีชุมแสง อายุ 65 ปี เจ้าของฟาร์มหมูใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ไม่ใช่คนแรกที่โดนหลอก ที่ผ่านมาก็เคยมีคนเจอในลักษณะนี้หลายคน เคยมีคนงานในฟาร์มเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยเดินเข้ามาขออยู่ด้วย จึงตัดสินในสร้างศาลให้อยู่เพราะคิดว่าเขาคงไม่มีที่ไป ส่วนตัวเชื่อว่าผีหรือวิญญาณที่มาปรากฎให้เห็นไม่ได้มาร้าย อาจจะมาขอส่วนบุญหรือมาให้โชคลาภมากกว่า แต่บางคนที่ขวัญอ่อนหรือกลัวผีก็อาจจะตกใจบังคับรถไม่อยู่จนเสียหลักตกถนนก็มี อยากจะแนะนำว่าหากใครที่เจอก็แค่ให้เอาบุหรี่ หรือเหล้าขาวไปเซ่นไหว้บอกกล่าวตามความเชื่อคนเฒ่าคนแก่ วิญญาณดังกล่าวจะไม่มาปรากฎให้เห็นเรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าหลบหลู่

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *