ข่าวดี! ข้าราชการขาดแคลน 30,000 ตำแหน่ง ปีนี้ “ใครสอบภาค ก.ผ่าน” บรรจุทันที

ข่าวล่าสุดวันนี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.เวลา 12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ว่า

ตอนนี้รัฐบาลต้องการกำลังพลประมาณ 30,000 คน และปีนี้มีผู้เข้าสอบ 500,000 กว่าคน ที่จริงควรจะสอบกันตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.63 เพราะเขาจ่ายเงินสมัครกันตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2562 แล้ว โดยสนามสอบมี 20 แห่งทั่วประเทศ แต่ช่วงนั้นมีสถานการณ์โควิด-19 เดินทางข้ามจังหวัดไม่ได้ จึงต้องปิดและเลื่อนมา

วันนี้ส่วนราชการต้องการคน เมื่อสอบได้ก็นำไปบรรจุ อีกทั้งขณะนี้คนว่างงานเยอะ เราก็ต้องการบรรจุก่อนที่บัณฑิตรุ่นใหม่จะจบออกมาอีก 500,000 กว่าคน

โดยปกติแล้วการสอบต้องมีแผน ก. และแผน ข. ซึ่งข้าราชการทุกคนต้องสอบแผน ก. ขณะที่แผน ข. แต่ละหน่วยงานจะสอบไม่เหมือนกัน

ปีนี้หาใครสอบแผน ก.ได้ก็ให้บรรจุเป็นข้าราชการเลย ส่วนแผน ข. ให้ไปจัดสอบกันเองภายในกรม หากตกแผน ข. ก็ให้ออก

ส่วนบัณฑิตใหม่จะสอบภาค ก. ในปีหน้านั้น อาจจะใช้วิธีอย่างอื่น โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อไม่ต้องให้คนมานั่งร่วมสอบจำนวนมาก

เมื่อถามว่า ขณะนี้อัตรากำลังพลที่ต้องการ อยู่ที่ 30,000 อัตราใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อัตราว่างมีอยู่แต่ไม่มีทางได้ครบ เนื่องจากสถิติของ สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ระบุว่า การสอบแผน ก. ทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยได้คนเต็มจำนวน

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *