“เพื่อไทย” เปลี่ยนโลโก้ใหม่ “ลบเหลี่ยม” จากตัวหนังสือ – “ชูศักดิ์” ยันไม่ร่วม รบ.แห่งชาติ

ข่าวล่าสุดวันนี้

(28 ก.ย. 2563) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมรักษาการคณะคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ในวันนี้ว่า มีเรื่องสำคัญด้วยกัน 2 วาระ คือ รับทราบกรณีกรรมการบริหารพรรคบางคนลาออก และหารือเพื่อที่จะแต่งตั้งคนใหม่แทน โดยเร็วที่สุด วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ส่วนวาระสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง คือ หารือคือการเปลี่ยนสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทยใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้นในพรรค

ทั้งนี้ ส่วนตัวยืนยันว่าการเปลี่ยนสัญลักษณ์ของพรรคในครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนเพราะคนเก่าออกและจะมีคนใหม่มาแทน หรือต้องการจะล้างบางกลุ่มไหน เพราะการเปลี่ยนแปลงของเพื่อไทยครั้งใหม่นั้นจะมีกลุ่มคนหลากหลายอายุ ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันทำงาน และมั่นใจว่าทุกคนในพรรคต้องการจะให้พรรคเกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยน เพื่อให้พรรคขับเคลื่อนไปพร้อมกันและทุกคนจะได้มาผนึกกำลังร่วมกัน

ส่วนกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทยเพื่อตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ยืนยันว่าจุดยืนพรรคเพื่อไทยยังเหมือนเดิมซึ่งเป็นเพียงข่าวที่ปล่อยออกมาจากคนบางกลุ่มเท่านั้น พรรคเพื่อไทยยังมีจุดยืนชัดเจนซึ่งข่าวการตั้งรัฐบาลแห่งชาติถูกปล่อยออกมาเป็นประจำ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เพื่อไทยจะเปลี่ยนจุดยืน

นายชูศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคลาออกจากตำแหน่ง จะทำให้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพ้นไปด้วยหรือไม่ว่า ตามกฎหมายก็จะพ้นไปโดยปริยาย วันนี้พรรคก็จะทำหนังสือส่งถึงประธานสภาฯ นายชวน หลีกภัย และเมื่อได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ก็จะต้องมีการทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อเพื่อที่จะให้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาใหม่

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งหรือไม่นั้น นายชูศักดิ์ระบุว่า ด้วยความที่พรรคเป็นพรรคใหญ่มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านซึ่งมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ตำแหน่งนี้จะต้องเป็น ส.ส และเป็นผู้อาวุโสได้รับการยอมรับ จึงอาจเป็นไปได้ แต่ขอให้รอดู

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *