ผู้บริหาร “รร.สารสาสน์วิเทศน์” ไล่ออกครู 4 คน – คืนค่าเทอมผู้ปกครอง

ข่าวล่าสุดวันนี้

จากกรณีเหตุเกิดภายในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ขณะที่เด็กอนุบาลกำลังนั่งเรียนกัน คุณครูกลับทำร้ายร่างกายเด็ก โดยมีทั้งผลักจนหน้าขมำ ตบหลัง และจิกหัวให้เดินไปหาคุณครูอีกคน ซึ่งมีผู้ใหญ่อยู่ภายในห้องอีก 3 คน แต่ทั้งหมดทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กๆ ผู้ถูกกระทำรู้สึกหวาดกลัวและบอกกับผู้ปกครองว่าไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว เมื่อคลิปถูกเผยแพร่เกิดกระแสตีกลับมายังรร.ในวงกว้าง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้บริหารส่วนกลาง เเละอาจารย์ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ตั้งโต๊ะเเถลงข่าวเพื่อชี้เเจงประเด็นร้อนครูพี่เลี้ยงทำร้ายนักเรียนชั้นอนุบาล เพื่อให้บรรดาผู้ปกครองสบายใจ หลังจากเหล่าผู้ปกครองนักเรียน เดินทางไปเข้าพบ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกร่วมกัน หลังเกิดเหตุการณ์สุดอื้อฉาวกับพฤติกรรมของครูจุ๋ม เเละครูอีกหลายคนภายในโรงเรียนดังกล่า

ทั้งนี้นางนิษฐา อยู่คง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศน์ ราชพฤษก์ อ่านแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์และขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต่อพี่เลี้ยงเด็ก ขอเเสดงความเสียใจ รับชอบผิดชอบ ที่พี่เลี้ยงได้ทำพฤิกรรมไม่เหมาะสมอย่างมาก กรณี ครูจุ๋ม ทางโรงเรียนได้ลงโทษพ้นสภาพการเป็นครู ทางโรงเรียนพร้อมสนับสนุนในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการดำเนินคดีกับครูจุ๋ม และ ครูทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 คน ส่วนมาตรการในการ ปัญหา การจัดนักจิตวิทยา เยียวยา เด็กนักเรียน นำทีมผู้บริหารเข้ามาหาแนวทางป้องกัน

ส่วนมาตรการชองทางโรงเรียนเพื่อสร้างความั่นใจ อาจารย์ วารุณี เผือกเทศ ระบุว่า ทางโรงเรียนจะเเก้ไขปรับปรุงในการพัฒนางานบุคลากรแผนกปฐมวัย อาทิ การดูแลตรวจสอบอย่างเข้มเเข็ง ติดตามการเรียนการสอนอย่างใกล้ชิด ชมเชยครูดีพร้อมบทลงโทษครูไม่ดีอย่างเข้มเเข็ง ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ สร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนผู้ปกครอง

“รับฟังความเห็น มีส่วนร่วมในกิจกรรมโรงเรียนมากขึ้น ให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการสอนให้มากขึ้น มาตรการพัฒนาครูบุคลกรทางการศึกษาต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพการสอน มีจริยธรรม ใช้วาจาที่เหมาะสม ไม่ลงโทษรุนแรง ไม่เพิกเฉย ,คัดเลือกครูที่มีความชียวชาญด้านปฐมวัย มีจิตวิทยา” อาจารย์วารุณี กล่าว

ขณะที่ตัวแทนกองอำนวยการส่วนกลาง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ดร.วริศนันท์ เดชปรางประสงค์ แถลงว่า หลังจากที่ได้เข้าพบ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับฟังคำเเนะนำ ทางกองกลางขอแสดงความเสียใจ เเละสะเทือนใจอย่างมาก

ดร.วริศนันท์ กล่าวอีกว่า หลังจากเข้าร่วมเข้ารับฟังคำเเนะนำได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ระบบบริหารจะมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารใหม่ เป็นชุดที่สามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพ โดยจะจัดทีมบริหารจากส่วนกลางเข้ามาบริหารใหม่รับฟังปัญหาจากผู้ปกครอง เพื่อเเก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

การติดตาม ตรวจสอบ จะมีส่วนกลางเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย ยินดีที่จะรับผิดชอบและปรับปรุงแก้ไขทุกกรณี ส่วนตัวผู้บริหาร บุคลากร ให้มีคุณภาพทุกระดับชั้น จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเชื่อมั่น แต่ทางโรงเรียนขอโอกาสในการเเก้ไขปรับปรุง แต่หากผู้ปกครองท่านใดมีความกังวลใจ เเละเกิดความไม่สบายใจว่าที่นี่ เห็นว่าไว้ใจไม่ได้แล้ว โรงเรียนยินดีที่จะรับผิดชอบในเรื่องค่าเทอมที่ผ่านมา

หลังการแถลงเสร็จสิ้น ยังมีผู้ปกครองบางส่วนไม่พอใจ เนื่องจากการเเถลงยังไม่ชัดเจน พร้อมกับตั้งคำถามถึงการคัดเลือกครูเข้ามาสอน มีใบประกอบวิชาชีพหรือไม่ ทำให้ทางโรงเรียนชี้เเจงว่า คนที่เป็นพี่เลี้ยงจะไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ทางโรงเรียนได้ทำเรื่องผ่อนผันทุกๆ 2 ปี และให้บรรดาครูนั้นได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครู ซึ่งคำชี้แจงเหล่านี้

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *