เสียชีวิตแล้ว! “ดอกไม้ป่า ป.พงษ์สว่าง” หลังถูก “แมลงปริศนากัด” เข้าไอซียู 3 วัน

ข่าวล่าสุดวันนี้

(7 ตุลาคม 2563) ความคืบหน้ากรณี นายจำเนียร มูลเกษร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 หมู่ 10 บ้านดงบ่อ ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หรือ “ดอกไม้ป่า ป.พงษ์สว่าง” อดีตนักมวยไทยชื่อดังค่าตัวหลักแสน ที่เข้าพักรักษาตัวในห้องไอซียู อายุรกรรม ชั้น 3 อาคาร 100 ปี โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ หลังถูกแมลงไม่ทราบชนิดกัดต้นขาซ้าย มีอาการหนาวสั่น เวียนหัว เป็นไข้ ล่าสุดอาการทรุดหนัก ติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว ล่าสุดรับแจ้งว่า นายจำเนียร ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบเมื่อเวลา 07.26 น.ที่ผ่านมา สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่บรรดาญาติๆและแฟนมวยที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาล อยู่ระหว่างลูกสาว และญาติ รอรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ที่บ้านเกิด อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 โดยนายจำเนียร มูลเกษร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 ม.10 บ้านดงบ่อ ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หรือ ดอกไม้ป่า ป.พงษ์สว่าง อดีตนักมวยไทยชื่อดังค่าตัวเงินแสนได้เข้าพักรักษาตัวที่ห้องไอซียูอายุรกรรม ชั้น 3 อาคาร 100 ปี โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งญาติระบุว่า หลังจากถูกแมลงไม่ทราบชนิดกัดที่บริเวณต้นขาซ้าย มีอาการหนาวสั่น เวียนหัว และเป็นไข้ และล่าสุดอาการทรุดหนัก เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีลูกสาวและญาติเฝ้าไข้

จากการสอบถามนางสาวจิราภรณ์ มูลเกษร อายุ 27 ปี ลูกสาวกล่าวว่า หลังจากพ่อได้แขวนนวมจากการชกมวยไทย ปัจจุบันได้ทำงานเป็นลูกจ้างกองช่างของเทศบาลตำบลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเมื่อวันพุทธที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ทราบว่าพ่อได้ออกไปตัดหญ้าทำงานปกติ ก่อนที่ถูกแมลงไม่ทราบชนิดกัดที่บริเวณต้นขาซ้าย ทำให้เป็นผื่นแดงขึ้นเป็นบริเวณกว้างและเจ็บที่ขา กระทั่งวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2563 ก็มีอาการหนาวสั่น เวียนหัว และมีไข้ ทำให้นางสาวจารุวรรณ มูลเกษร อายุ 22 ปี ลูกสาวคนเล็กได้พามาโรงพยาบาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา

นางสาวจิราภรณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากมาถึงโรงพยาบาลพ่อก็มีอาการทรุดหนัก ซึ่งแพทย์บอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ความดันต่ำมาก ประกอบกับพ่อมีโรคประจำตัวคือเบาหวาน อีกทั้งยังมีการตรวจพบว่ามีโรคตับแข็ง และล่าสุดระบบอวัยวะภายในหลายอย่างล้มเหลว อาการโคม่า อยู่ในห้องไอซียู ต้องใช้เครื่องหายใจช่วยตลอดเวลา ทำให้ญาติต่างพากันตกใจอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาพ่อมีสุขภาพแข็งแรง ทำงานปกติ ไม่ได้ตรวจสุขภาพและร่างกาย แต่พอถูกแมงกัดล้มป่วยครั้งเดียวลามไปตรวจพบหลายโรค

เครดิต
https://www.dailynews.co.th/regional/799602
https://siamrath.co.th/n/187590

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *