รวบคาบ้านพัก! “สุรนาถ” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดี ม.110 ถูกตร.บุกจับ ส่งไปที่ ตชด.ภ.1

ข่าวล่าสุดวันนี้

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 21 ต.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. นำกำลังเข้าจับกุมนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ อายุ 35 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1615/2563 ลงวันที่ 20 ต.ค.2563 ความผิดตามกฎหมายอาญา ม.110 “กระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท” หลังมีขบวนเสด็จฯ เคลื่อนผ่านการชุมนุมของคณะราษฎร บริเวณใกล้แยกนางเลิ้ง เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ที่บ้านพัก ย่านบางกอกน้อย กทม.

หลังจากนั้นชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ควบคุมตัวนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ อายุ 35 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) เข้าพบ พ.ต.ท.อภิศิษฎ์ โรจน์อนนท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดุสิต เพื่อลงบันทึกประจำวันการจับกุม ขณะที่ด้านนอก มีประชาชนทั่วไปและนักเรียนนักศึกษาเดินทางมาให้กำลังใจที่โรงพักราว 50 คน พร้อมทำกิจกรรมร้องเพลงและชูป้ายกระดาษเขียนข้อความว่า “saveสุรนาถ”

นายสุรนาถ กล่าวว่า หลังทราบข่าวก็ตั้งใจมามอบตัวอยู่แล้ว ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง จึงตัดสินใจปรึกษาทนายความและมามอบตัวในเช้าวันนี้ ไม่มีเจตนาหลบหนี เชื่อว่าศาลน่าจะเมตตา แต่ตนไม่มีอะไรจะชี้แจง เพียงแค่วันดังกล่าวตนไปชุมนุมเหมือนประชาชนทั่วไป ตนจึงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เพราะไม่ได้มีเจตนาจะขัดขวางขบวนเสด็จฯ และไม่ทราบว่าขบวนจะผ่านมาเส้นทางดังกล่าว ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความกังวลว่าอาจจะไม่ได้รับการประกันตัว และยังสงสัยว่าเหตุใดตนจึงถูกแจ้งข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ภายหลังตำรวจสอบปากคำเบื้องต้นพร้อมลงบันทึกประจำวันเสร็จสิ้น ได้ควบคุมตัวนายสุรนาถ ขึ้นรถปิกอัพของตำรวจไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภ.1) ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อไป

มีรายงานว่า สำหรับหมายจับ นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ตามความผิด ตาม.ม.110 นั้นเป็นรายที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลอาญาอนุมัติตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ออกหมายจับ นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับที่ 1595/2563 และ 1596/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 ในข้อหา ม.110 ตามลำดับ.

เครดิต https://www.thairath.co.th/news/crime/1958249

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *