“เมศ เจ้าชายน้อย” จี้ “ข่าวสด” รับผิดชอบ “ลงข่าวมั่ว-สอดไส้ข่าว” ทำเสียหาย

ข่าวล่าสุดวันนี้

“ปรเมศร์ มีสมภพ” หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” พิธีกรรายการ “คนจริงใจไม่ท้อ” ทางช่อง News1 แจ้งความลงบันทึกประจำวัน สภ.ลำลูกกา ยืนยันเคสยายเลี้ยงหลาน 6 คน ที่ตนเคยช่วยเหลือ ไม่เกี่ยวข้องกับกรณี “น.ส.ละอองดาว” เลี้ยงลูกแฝด ตามที่“ข่าวสด”นำเสนอข่าว จี้ออกมาขอโทษชี้แจงให้สังคมทราบ ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดี ฐานทำให้เสียหาย

จากกรณีที่สื่อในเครือข่าวสดได้นำเสนอข่าวกรณี น.ส.ละอองดาว เมหิ อายุ 30 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้เข้าพบตำรวจ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อปรึกษาขอคำแนะนำกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Porramet Misomphop เผยเรื่องราวชีวิตของคุณยายคนหนึ่งว่า บะหมี่ 1 ห่อ กับคนทั้ง 7 โดย 2 คนกินเส้น 2 คนกินน้ำ 2 คนกินไข่ 1 คนนั่งมอง….

ซึ่ง น.ส.ละอองดาว ระบุว่า มีเพื่อนร่วมงานเห็นข่าวทางทีวีและเฟซบุ๊กว่า มียายคนหนึ่งขอรับบริจาค ไม่มีเงินเลี้ยงหลาน 6 คน เนื่องจากพ่อแม่ทอดทิ้ง ซึ่งก็มีลูกของเธอรวมอยู่ด้วย ซึ่ง น.ส.ละอองดาว ยืนยันว่า ที่ผ่านมา เธอได้ให้มารดาซึ่งอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ เลี้ยงดูลูกแฝดของเธอ ชื่อ น้องกิ่งกับน้องแก้ว โดยโอนเงินค่าเลี้ยงดูให้มารดาตลอด ไม่ได้ทอดทิ้งแม่และลูกของเธอแต่อย่างใด ทำให้มีผู้มองว่า เฟซบุ๊ก Porramet Misomphop ลงช่วยเหลือเคสไม่ตรงกับความจริง ซึ่งต่อมาได้มีสื่ออีกหลายสำนัก รวมทั้งสื่อโซเชียลมีเดียนำเสนอข่าวในลักษณะเดียวกับข่าวสดนั้น

ล่าสุด เฟซ Porramet Misomphop ของนายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ เมศ เจ้าชายน้อย อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู และพิธีกรรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ทางช่อง NEWS1 ซึ่งเป็นจิตอาสาที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือเคสที่พิการ-เดือดร้อนมานานหลายปี ได้ชี้แจงว่า

ข่าวที่ข่าวสดและสื่อหลายสำนักนำเสนอกรณี น.ส.ละอองดาว และมารดา น.ส.ละอองดาว ที่เลี้ยงดูลูกแฝดของเธอที่ จ.บุรีรัมย์ ไม่เกี่ยวข้องกับเคสยายดูแลหลาน 6 คนที่ตนเคยโพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊กแต่อย่างใด เป็นคนละเคส และอยู่คนละจังหวัด

จึงไม่เข้าใจว่า เหตุใดทางข่าวสดและสื่อสำนักต่างๆ จึงไม่ตรวจสอบข้อมูลกับตนก่อนนำเสนอ ทำให้ตนได้รับความเสียหายจากการที่สังคมเข้าใจตนผิด โดยเฉพาะข่าวสดที่นำเสนอข่าวนี้เป็นสื่อแรก และว่า วันนี้ (4 ก.พ.) ตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ลำลูกกา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันว่า เคสที่ตนโพสต์ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีของ น.ส.ละอองดาว แต่อย่างใด จึงอยากให้ข่าวสดและสื่อสำนักต่างๆ แสดงความรับผิดชอบ ขอโทษ และแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วย

“ขอชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดครับ จากกรณีที่มีหญิงสาวท่านหนึ่งมาปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ลำลูกกา เรื่อง..ที่ทางแม่ของตัวเอง ลงเรื่องราวขอความช่วยเหลือทางหน้าสื่อออนไลน์ และมีการเปิดรับบริจาคเงินที่ จ.บุรีรัมย์ จนมีคนในสื่อออนไลน์ มาด่าตัวลูกสาวเป็นจำนวนมาก จนเธอต้องมาปรึกษาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอชี้แจงประเด็นว่า เธอไม่ได้ทอดทิ้งลูกแฝด”

“ทางสารวัตรได้แจ้งผมว่า.. เวลานั้นทางพนักงานสอบสวน ได้ประสานงานไปที่สำนักงาน ข่าวสด เพื่อให้ส่งนักข่าวมาเสนอข่าวเคสน้องผู้หญิงท่านนี้… พอนักข่าวของสำนักงาน ข่าวสดมาถึง ก็ได้มีการสัมภาษณ์ พูดคุย สอบถามข้อมูลทั้งหมดกับทางน้องผู้หญิงท่านนี้.. และน้องผู้หญิงก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแม่ของเธอ และนักข่าวที่เดินทางมาสัมภาษณ์ได้ส่งข้อมูลไปที่ กองบรรณาธิการ ข่าวสด เพื่อเสนอข่าวนี้…”

“แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลอะไร หรือเกิดความผิดพลาด จึงมีการนำชื่อ รูป ข้อมูล ของตัวเมศ และ คุณยายที่ เมศ ลงไปช่วยเหลือ คุณยายที่เลี้ยงหลาน 6 คน ที่กรุงเทพ มาประกอบกับเคสน้องผู้หญิงท่านนี้..จนตอนนี้มีหลายสำนัก หลายช่องได้มีการรายงานข่าวในทางที่ผิดผ่านหน้าสื่อออนไลน์ และ ทีวี จนผู้คนต่างๆ เกิดความเข้าใจผิด จนมีผลกระทบต่อเคสที่เมศลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ และ ตัวผมเองได้รับผลกระทบอย่างมาก..”

“เพื่อให้สังคมเข้าใจกรณีดังกล่าว วันนี้ เมศจึงเดินทางมาที่ สภ.ลำลูกกา เพื่อ เข้าชี้แจงและลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการลงเรื่องราวที่เคส หญิงสาวท่านนี้ และไม่ทราบเรื่องราว เคสความช่วยเหลือที่หญิงสาว ผู้นี้กล่าวถึง”

“จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวผมเป็นอย่างมาก และผมขอเรียกร้องให้ สำนักงาน ข่าวสดดำเนินการ ออกมาชี้แจง รับผิดชอบ เรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยครับ (ผมเป็นพิธีกร ผมเป็นสื่อ ผมเข้าใจการทำงานของสื่อ แต่ด้วยจรรยาบรรณของสื่อ กรณีที่ทำผิดพลาด คุณควรออกมาขอโทษและ ชี้แจง) ถ้าไม่ดำเนินการขอโทษ หรือชี้แจงให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริง ผมจะดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายครับ”

“น้อยใจนะ ที่พวกคุณจะเอาข้อมูลความช่วยเหลือต่างๆ คุณโทรมาสอบถามได้ ผมยินดีช่วยพวกคุณเต็มที่แต่ พอมีเรื่องแบบนี้ พวกคุณไม่คิดจะโทรมาถามเลยสักนิด….”

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น