“ฟอร์ด”ตั้งพรรค”เส้นทางสีแดง” ทำงานร่วมกับคนทุกสีเสื้อ ปัดเป็นพรรคสำรองของใคร

ข่าวการเมือง

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง  แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมตัวแทนของกลุ่มนักเคลื่อนไหวจำนวน 15 คน เข้ายื่นขอจดจองตั้งพรรคการเมืองกับนายทะเบียนพรรคการเมือง กกต. โดยนายอนุรักษ์ กล่าวว่า เรามาขอจดจองชื่อตั้งพรรคโดยใช้ชื่อว่า พรรคเส้นทางสีแดง การที่เรามาตั้งพรรคในช่วงนี้เพราะเป็นพัฒนาการมาจากการเคลื่อนไหวของคนสีแดง ที่ได้มีการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี  2553  ผ่านการกิจกรรมอันยาวนาน มาจนถึงจุดที่เราคิดว่าควรทีจะก้าวไปข้างจากการเคลื่อนไหวบนท้องถนน การรณรงค์เลือกตั้ง ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าเราพร้อมที่จะเข้าไปทำงานในสภา ซึ่งพวกเราผ่านอะไรมาบนเส้นทางนี้มากแล้ว  พวกเราจึงพร้อมแล้วที่คนเสื้อแดงจะต้องมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเอง

โดยจุดเด่นของพรรคเราเป็นพรรคที่ต่อสู้เพื่อประชาชน   โดยนักเคลื่อนไหวนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  พวกเราไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง เป็นสิ่งที่ตนยืนยันมาตลอดว่า กลุ่มคนเสื้อแดงทำกิจกรรมด้วยความเป็นอิสระ ที่ยึดอุดมการณ์ ประชาธิปไตย  ความยุติธรรม ความถูกต้อง และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเรามีความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งในปีนี้ พวกเราจะสร้างพรรคขึ้นมาเพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง แต่จะเน้นการเลือกตั้งระดับชาติ ไม่ส่งผู้สมัครระดับท้องถิ่น

“พรรคการเมืองของเรา แม้จะเป็นพรรคคนเสื้อแดง  แต่อุดมการณ์ของเรา เรามีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาธิปไตย  เพื่อคนไทยทั้งประเทศ โดยไม่จำกัดสีเสื้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเป็นปรัชญาทางการเมืองของเรา ที่ว่าเราจะทำงานรับใช้ประชาธิปไตย โดยไม่จำกัดสีเสื้อ”  นายอนุรักษ์ กล่าว

นายอนุรักษ์ ยังยืนว่า พรรคคนเสื้อแดงที่ตั้งขึ้นจะไม่ใช่พรรคสำรอง แต่เราต้องการให้เป็นพรรคการเมืองที่ยืนยาว และรับใช้ประชาธิปไตย และพร้อมทำงานร่วมกับทุกเสื้อสี

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น