อ้าว! โพลบอก คนส่วนใหญ่คิดว่า “ธนาธร-สุดารัตน์-เฉลิม ยังเป็น ส.ส. อยู่

ข่าวการเมือง

16 กุมภาพันธ์ 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “คอการเมืองกับการซักฟอกรัฐบาล” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,296 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10-15 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 40.8 ระบุเป็นคอการเมืองระดับเข้มข้น (ทุกวันถึงเกือบทุกวัน)ในการติดตามข่าวสารการเมืองประจำวัน ในขณะที่ร้อยละ 43.8 ระบุปานกลาง และร้อยละ 15.4 ระบุเบาบางถึงไม่ติดตามเลย

ที่น่าเป็นห่วง คือ ความเข้าใจของประชาชนต่อความเป็น ส.ส.ของนักการเมือง พบว่า
– ประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50.7 เข้าใจว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังเป็น ส.ส.
– รองลงมาคือร้อยละ 32.7 ระบุเข้าใจว่า นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็น ส.ส.
– ร้อยละ 16.3 เข้าใจว่า ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น ส.ส. และ
– ร้อยละ 14.6 เท่านั้นที่ระบุเข้าใจว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็น ส.ส.

ที่น่าพิจารณา คือ
– ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.2 คิดว่า ฝ่ายค้านไม่มีดาวเด่นในสภาในศึกซักฟอกรัฐบาล
– ในขณะที่ร้อยละ 43.8 คิดว่า มี เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล , นางสาวพรรณิการ์ วานิช , นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ , นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นต้น

นอกจากนี้
– ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.0 คาดว่า รัฐบาลชนะอยู่ดีในศึกซักฟอกรัฐบาลครั้งนี้
– ในขณะที่ร้อยละ 25.0 คิดว่าฝ่ายค้านชนะ ทำให้เปลี่ยนรัฐบาลได้แน่

ที่น่าห่วง คือ ก่ำกึ่งกันเป็นลูกผีลูกคนไม่รู้ไปทางไหนดี คือร้อยละ 50.2 คาดว่าผลจากการซักฟอกจะไม่ได้รับประโยชน์ในการแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน ในขณะที่ ร้อยละ 49.8 คาดว่าจะได้รับประโยชน์

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ว่าคอการเมืองเองยังสับสนกับนักการเมืองคนไหนเป็น ส.ส. หรือคนไหนไม่ได้เป็น ส.ส. คำถามคืออะไรทำให้คนสับสนได้ถึงขนาดนี้ และประเทศชาติกับประชาชนจะก้าวเดินอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไปคนละทิศคนละทาง ในขณะที่บางประเทศที่เขาเดินหน้าได้ดีเพราะทุกฝ่ายเขามุ่งที่เป้าหมายแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน และช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุขมั่นคง ประชาชนทำมาหากินได้ไม่ขัดสน นักการเมืองทุกฝ่ายและคนในชาติของเขาช่วยกันแก้ไขไม่ทำตัวเป็น “จระเข้ขวางคลอง”

“ทางออกคือ ต้องใช้ 3 ก. 1 ส. คือ
– ก.1.กำจัด นักการเมืองที่เป็นจระเข้ขวางคลอง
– ก.2.คือ กำหนด คนดีและเก่งเข้ามาเสริม
– ก.3.คือ แก้ปัญหาตอบโจทย์ตรงเป้าโดนใจ และ

1 ส.คือ สื่อสารขับเคลื่อนคนในสังคมให้หนุนเสริมภารกิจของผู้นำได้ดีไม่ใช่สื่อสารออกไปทำคนสับสนเหมือนไม่ใช่คนในชาติภาษาเดียวกันแบบทุกวันนี้” นายนพดล กล่าว

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น