วินฮีโร่! “อดีตทหารพราน-รู้จรยุทธ์” เสี่ยงชีวิตลากตำรวจถูก “จ่าคลั่ง” ยิง ออกมาได้

อาชญากรรม ภัยสังคม

นายพัทธพล พรมอ่อน อายุ 35 ปี วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่เข้ามาช่วยเหลือ ส.ต.ท.กรกต อำพันเงิน ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า

ขณะเกิดเหตุตนนั่งอยู่ที่วิน หน้าโรงเรียนบุญวัฒนา เห็นเหตุการณ์ที่คนร้ายกราดยิง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตะโกนให้ตนและเพื่อนที่ขับวินให้ช่วยกันนำเด็กนักเรียนออกไปให้หลบในที่กำบัง จึงได้เข้าไปช่วยเหลือร้องบอกให้เด็กที่กําลังจะเดินออกมาจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน ให้หลบเข้าที่กําบัง

ไม่นานคนร้ายได้ขับรถฮัมรึ่เข้ามาและยิงเปิดทางจำนวน 3 นัด ทำให้ ส.ต.ท.กรกต ที่ยืนอยู่บริเวณหน้าปากซอย ถูกยิงเข้าที่ข้อเท้าข้างขวา ขณะนั้นตนได้วิ่งมาหลบอยู่ที่ด้านหน้าร้านขายเครื่องออกกำลังกาย ซึ่งตั้งอยู่ติดกับวินมอเตอร์ไซค์ และเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวกำลังคลานมาจากจุดที่ถูกยิง 3-4 เมตร และคลานมาหยุดที่ริมถนน บริเวณที่ตนกำลังหลบอยู่ และกล่าวกับตนว่า ถูกยิง

ตนเลยวิ่งเข้าไปลากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้พ้นรัศมีของคนร้าย เมื่อวินมอเตอร์ไซค์รายอื่น ๆ เห็นก็เข้ามาช่วยกันลากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บออกไป

จากนั้นตนได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บมาหลบที่ด้านข้างร้านขายเครื่องออกกำลังกาย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกให้ตนถอดเสื้อของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมา และขันชะเนาะเพื่อห้ามเลือด ก่อนจะโทรแจ้งทาง 191 ซึ่งตนจะคอยอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้กำลังใจ

ในวินาทีที่เข้าช่วยเหลือ ตนยอมรับว่า รู้สึกกลัวมาก ภาพยังคงติดตาอยู่ และยอมรับว่า เกรงจะถูกลูกหลง แต่ด้วยความที่เคยเป็นทหารพรานอยู่ที่ภาคใต้ และอยากจะช่วยในฐานะเพื่อนทหาร อีกทั้งขณะนั้นค่อนข้างจะกระทันหัน เลยเข้าไปช่วยด้วยใจ และไม่คิดอะไร หวังเพียงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพ้นรัศมีของคนร้าย และให้อยู่รอดปลอดภัยออกมา

ด้าน ส.ต.ท.กรกต อำพันเงิน ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สภ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งถูกคนร้ายได้รับบาดเจ็บ บริเวณวัดป่าศรัทธารวม เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่ตนกำลังจะออกจากเวร แต่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ และตนติดตามความคืบหน้าทางวิทยุสื่อสารตลอด ขณะนั้นตนเองโทรศัพท์บอกภรรยา บอกครอบครัวว่าอย่าออกไปไหน เพราะมีเหตุคนร้ายยิงผู้บริสุทธิ์ในจุดนี้ จากนั้นตนได้ยินวิทยุสื่อสารขอกำลังเสริม จึงคิดเข้าไปช่วยในที่เกิดเหตุ เพราะจุดวัดป่าฯอยู่ใกล้กับโรงเรียนบุญวัฒนา ซึ่งมีจัดงานนิทรรศการวันมาฆบูชา ทำให้มีนักเรียนค่อนข้างมาก ถึงแม้จะเป็นวันหยุด

จุดแรกที่ตนไปจอดช่วยเหลือ คือบริเวณหน้าโรงเรียนบุญวัฒนา ห่างจากวัดป่าศรัทธารวม ราว 200 เมตร ซึ่งลักษณะเป็นสามแยก ตนได้กันให้เด็กนักเรียนทั้งหมด หนีออกไปถนนอีกเส้นหนึ่ง ซึ่งคิดส่าคนร้ายจะไม่ใช้เส้นทางดังกล่าว โดยรายงานขณะนั้นที่ตนทราบคือ คนร้ายใช้รถทหารและมีอาวุธสงคราม หลังจากนั้นตนได้เคลื่อนตัวออกมาที่หน้าปากซอยทางออกถนนใหญ่ ซึ่งห่างออกมาจากโรงเรียนอีก 200 เมตร จุดนี้ตนเองมาโบกรถที่จะเข้าในซอย ให้ขับหลบหนีออกไปเส้นทางอื่น เพราะห่างวิ่งสวนเข้าไป คาดว่าจะเข้าไปเจอกับคนร้าย จากนั้นจึงใช้ยางล้อรถยนต์มาตั้งเป็นบังเกอร์

ตลอดการปฏิบัติหน้าที่ ตนได้บินเสียงปืนดังมาเป็นระยะ ๆ หลังตนเคลื่อนตัวมาที่ปากซอยแล้ว พบว่าเพียงไม่ถึง 5 นาที คนร้ายก็ขับรถออกมาจากในซอย มุ่งหน้ามาทางตน เมื่อตนหันหน้าไปเห็นรถคนร้าย ก็เป็นจังหวะที่เห็นคนร้ายขับรถกราดยิงมาแล้ว โดยใช้อาวุธปืนยาง พาดออกมาที่ข้างรถ(พาดกับกระจกหูช้าง) และกราดยิงไม่เลือก คล้ายว่าเป็นการเปิดทาง จังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถของชาวบ้าน และรถกู้ภัยขับรถมาจากอีกเส้นทางหนึ่ง และมาเจอกับคนร้ายพอดี ซึ่งก็ถูกยิงเช่นกัน ทำให้ตนต้องเปิดยางออกเพื่อให้รถประชาชนหลบหนี

จากนั้นตนเองพยายามวิ่งหลบหนีได้ 2 ก้าว ปรากฎว่าตนเองก็ถูกยิงเข้าที่ข้างล้มลงกับพื้นแล้ว ตอนนั้นคิดจะหนีตาย จึงใช้แขนไถไปกับพื้นเพื่อนหลบวิถีกระสุนของคนร้าย หลังคนร้ายหลบหนีตนก็ไม่ได้ยินเสียงปืนอีก ก่อนมีพลเมืองดีเป็นวินรถจักรยานยนต์เข้ามาช่วยเหลือตน ตอนนั้นตนเองยังคิดส่าตนอาจจะไม่รอดหากไม่มีพลเมืองดีมาช่วย อย่างไรก็ตามตนเองรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนหลายคน ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่รับใช้ประชาชน

นายสุวรรณ กิตติสมาพร อายุ 50 ปี วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า หลังจากที่คนร้ายยิงเสร็จ ก็ขับรถออกไปทันที ส่วนตนก็ช่วยโบกรถต่อ และช่วยกันเด็กนักเรียนออกไป ซึ่งขณะนั้นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมาก ขณะที่รอรถพยาบาลเข้ามาในพื้นที่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีคนที่ตนรู้จักสูญเสีย แต่ตนก็รู้สึกกลัวมากและรู้สึกหดหู่ใจเพราะภาพยังคงติดตาอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะฝากให้กำลังใจคนที่ทำความดีมีกำลังใจสู้ต่อไป และหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ควรจะมีสติให้มากกว่าเดิม