หลอกเหยื่อส่งภาพโป๊-เปลือย จากนั้นแบล์คเมล์ “เหยื่อชายเสียตังค์” – “เหยื่อหญิงเสียตัว”

อาชญากรรม ภัยสังคม

วันที่ 17 ก.พ.63 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาของศูนย์คัดแยกและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดเชียงใหม่

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาใช้โซเชียลมีเดียล่อลวงให้เหยื่อโพสต์ภาพอนาจาร ก่อนทำการแบล็คเมล์ด้วยการให้เหยื่อส่งภาพและคลิปมาเพิ่ม หลังจากนั้นก็หลอกให้โอนเงิน หรือร่วมหลับนอนเพื่อแลกกับการยุติการเผยแพร่ภาพ พบมีเหยื่อหลงกลจำนวนมากในหลายท้องที่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา กรณีมีบุคคลหลอกลวงข่มขู่เด็กชายชาวจ.ลำปาง และผู้เสียหายคนอื่น ๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้ถ่ายภาพและวีดีโอโป๊เปลือยของตนเองส่งให้กว่า 100 ราย ทำให้มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ที่ บก.ภ.จว.ลำปาง รวมถึงเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังได้รับแจ้งผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Thailand Internet Crimes Against Children หรือ TICAC จากบุคคลที่ถูกหลอกลวง และข่มขู่ให้ถ่ายรูปภาพและวิดีโอโป๊เปลือยของตนเองส่งไปให้คนร้าย

ต่อมาทราบว่า คนร้ายใช้เฟซบุ๊กชื่อ “อ๊อฟ’ลื้อ ขุนศึกลัมภะกัปปะนคร” เมื่อทำการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นายกันตินันท์ ใชยวังเย็น อายุ 22 ปี ชาวจ.ลำปาง ซึ่งพฤติการณ์ของคนร้ายได้อ้างว่า ถูกหลอกให้แลกรูปภาพโป๊เปลือยจากหญิงสาวคนหนึ่งที่รู้จักกันผ่านเว็บไซต์หาคู่ จึงถูกแบล็คเมล์เสียเงิน 700 บาท จากการถูกหลอกครั้งนี้ทำให้ทราบและเลียนแบบแผนประทุษกรรมจากที่ตนเองเคยถูกหลอกมา โดยการนำไปหลอกคนอื่นต่อ

โดนเมื่อปี 2559-2562 นายกันตินันท์ได้ใช้แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กและบีทอล์ค สร้างโปร์ไฟล์ปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดีในการหาเหยื่อเพื่อหลอกแลกรูปภาพโป๊เปลือย ทั้งนี้ นายกันตินันท์จะใช้แอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ในการค้นหารูปภาพเปลือยที่โพสต์ทั่วไป และคัดลอกเก็บไว้ เพื่อนำไปหลอกเหยื่อในเฟซบุ๊ก เมื่อได้รูปภาพจากเหยื่อแล้ว จะให้เหยื่อทำการเพิ่มผู้ติดต่อผ่านแอพพลิเคชันไลน์ โดยสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมขึ้นมา ใช้ชื่อว่า “นา’เดียร์’นิน่า’”

เมื่อเหยื่อทำการเพิ่มผู้ติดต่อแล้ว ก็จะทำการข่มขู่เหยื่อให้ส่งรูปภาพและวิดีโอโป๊เปลือยมาให้อีกผ่านไลน์ หากไม่ทำตามจะโพสต์ประจานรูปภาพที่ได้มาก่อนหน้านั้น หลังจากนั้น นายกันตินันท์จะใช้เฟซบุ๊กจริงของตนเองชื่อ “อ๊อฟ’ลือ ขุนศึกลัมภะกัปปะนคร” และบัญชีไลน์จริงของตนชื่อ “เสี่ย’อ๊อฟ’ลื้อ” ติดต่อกับเหยื่อ เพื่อสอบถามว่า รูปภาพที่ส่งให้เหยื่อดูนั้นใช่รูปภาพของเหยื่อหรือไม่

จากนั้น ก็จะอาสาเป็นตัวกลาง ระหว่างเหยื่อกับบัญชีไลน์ปลอมชื่อ “นา’เดียร์’นิน่า’”เพื่อจะให้ลบรูปภาพโป๊เปลือยของเหยื่อ โดยนายกันตินันท์ ได้บอกกับเหยื่อว่า เงื่อนไขในการลบรูปภาพโป๊เปลือย คือ ให้ส่งรูปภาพ หรือวิติโอโป๊เปลือยของเหยื่อชุดใหม่มาให้ หรือให้มามีเพศสัมพันธ์กับตนเองหรือบุคคลอื่น หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของนายกันตินันท์ ไชยวังเย็น ซึ่งเบื้องต้นเหยื่อที่ถูกนายกิตตินันท์ล่วงละเมิดทางเพศ 57 ราย ในพื้นที่หลายจังหวัด มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กชาย

ทั้งนี้ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เข้าพบนายกันตินันท์เพื่อสอบถามข้อมูล ซึ่งนายกันตินันท์ยอมรับสารภาพว่า ได้กระทำความผิดจริง ตรวจสอบอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือของนายกันตินันท์ จำนวน 3 เครื่องพบภาพสื่อลามกอนาจารเด็กและข้อความแชทกับผู้เสียหายจำนวนมาก และตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการโอนงินจากการถูกแบล็คเมล์

ขณะที่ตรวจค้นบ้านเดิมของนายกันตินันท์ไม่พบหลักฐานการกระทำผิดใด จากนี้เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลหาผู้เสียหายเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองช่วยเหลือต่อไป

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น