สาวลำพูนแจ้ง ตร.ถูกโจรปล้นทอง – ที่แท้เอาไปจำนำทำเสน่ห์เรียกผัว

อาชญากรรม ภัยสังคม

จากกรณีที่เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ได้รับแจ้งมีเหตุชาย 3 คนใช้รถจักรยานยนต์ดักปล้นทรัพย์หญิงสาววัย 33 ปี บริเวณถนนเลียบคันคลองชลประทาน หมู่ที่ 10 ระหว่างบ้านป่าตึง กับบ้านหนองหอย ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือ จากการอำนวยการของ พล.ต.ต.นฤชิต เนียวกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน สั่งการให้ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ยะปาละ รอง ผบก.ตร.ภ.จ.ลำพูน พ.ต.อ.ดรณภพ ศิริชัย ผกก.สภ.นิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือ พ.ต.ท.มรกต ศิริชัย รอง ผกก.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน และกำลังจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบและสอบสวนที่เกิดเหตุ

พบนางสาวจามจุรี แปงตำ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214 หมู่ที่ 10 บ้านหนองหอย ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สอบสวนเบื้องต้นให้การว่า ตนถูกคนร้ายเป็นชาย 3 คน ลักษณะการพูดสำเนียงคล้ายกับคนต่างด้าว ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ใช้อาวุธมีดยาวประมาณ 1 ศอก จี้บังคับให้ตนหยุดรถจักรยานยนต์ แล้วบังคับให้ถอดแหวนทองคำที่นิ้วมือหนัก 2 สลึง 1 วง น้ำหนักหนึ่งสลึง 2 วง และยังได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมกับเงินสดอีกประมาณ 3,000 บาท ที่อ้างว่าเพิ่งกดมาให้แม่ ซึ่งอยู่ในกระเป๋าวางในตะกร้ารถไปอีก รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประมาณ 3-4 หมื่นบาทเศษ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามไล่ล่า และตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางต่างๆ ก็ไม่พบรถต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้นำนางสาวจามจุรีไปสอบปากคำเพิ่มเติมให้ละเอียดเพื่อหาข้อมูล แต่จากการสอบสวนนางสาวจามจุรีให้การวกวนไปมาสับสน จึงนำแม่ของนางสาวจามจุรีไปสอบสวนด้วย โดยได้แยกกันสอบปรากฏว่าให้การไม่ตรงกันหลายประเด็น และตรวจสอบเฟซบุ๊กส่วนตัวก็พบว่าเป็นหญิงเจ้าสำราญชอบเที่ยวดื่มกินตามสถานบันเทิง

เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นการกุเรื่องขึ้นมา จึงได้ทำการสอบสวนนานกว่า 4 ชั่วโมง ในที่สุดเมื่อเวลาประมาณ 02.15 น. (19 ก.พ. 63) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามว่าสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทที่ยืมแม่มาใส่นั้นตนได้เคยนำไปจำนำกับชายคนหนึ่ง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซักต่อว่าจำนำกับใครชื่ออะไร มีเบอร์ติดต่อหรือทราบที่อยู่หรือไม่ นางสาวจามจุรีไปไม่ถูกตอบไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อแน่ว่าโกหก จึงได้กล่อมให้พูดความจริง และให้ญาติช่วยกล่อม

ในที่สุดนางสาวจามจุรีก็ได้ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาพร้อมกับรับสารภาพว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นที่แท้ตนเองกุเรื่องขึ้นมา เนื่องจากยืมสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาทของแม่ไปใส่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ตนได้นำไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่งเพื่อนำเงินไปให้หมอเสน่ห์ยาแฝดทำเสน่ห์ให้ชายคนรักกลับมาหาตนเนื่องจากเลิกรากันไป

โดยเดินทางไปให้หมอผีชาวเขาในหมู่บ้านบนดอยแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำเสน่ห์ให้แฟนหนุ่มกลับมาหาตน โดยใช้เสื้อผ้าของแฟนหนุ่มไปทำพิธี หมอผีชาวเขาบนดอยได้คิดราคาในการทำเสน่ห์เป็นเงินจำนวน 2 หมื่นบาท ตนจึงจำเป็นต้องใช้เงินดังกล่าว และหลังจากทำพิธีไม่เกิน 7 วันแฟนหนุ่มก็ติดต่อกลับมาจริงๆ แต่ตนยังไม่มีงานทำ จึงไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปไถ่สร้อยคอทองคำที่จำนำไว้คืนให้แม่

ค่ำวันนี้ขณะที่ตนกำลังจะกลับบ้านก็เกิดคิดออกมาว่าต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อหลอกแม่ และก็ไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า แจ้งความเท็จ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป