เขยโหด! ยิงพ่อตา-แม่ยายดับ พลาดถูกลูกสาวตัวเองวัย 5ขวบดับ-เสียใจยิงตัวตายตาม

อาชญากรรม ภัยสังคม

เมื่อคืนนี้ (วันที่ 4 มี.ค.63) พ.ต.อ.ดลชัย ปิ่นปัก ผกก.สภ.บ้านแพ้ว เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในบ้านหลังหนึ่งพื้นที่ต.หนองบัว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ประพันธ์ ถึงสกุล นายอำเภอบ้านแพ้ว, พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ บุณยะกาญจน์ หัวหน้าหน่วยวิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสาคร, พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ณวัฒน์ ศุกลรัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดใหญ่อยู่ภายในสวนลำใย ภายในบ้านพบศพ นายทิม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี เจ้าของบ้าน เป็นเจ้าของสวนลำใยรายใหญ่ในพื้นที่อ.บ้านแพ้ว และไวยาวัจกรวัดหนองบัว สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9มม. มีบาดแผลตามลำตัวรวม 11 รู ภายในห้องนอนพบศพ นางกาญจนี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี ภรรยาของนายทิม มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ต้นขาอีก 1 นัด

ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายธนภัทร หรือ นิตย์ ลิ้มชื่น อดีตลูกเขยของผู้เสียชีวิต ซึ่งหลังจากก่อเหตุยิงพ่อตาและแม่ยายแล้ว ได้พยายามบุกเข้าไปภายในห้องเพื่อยิงอดีตภรรยา น้องชาย และน้องสะใภ้ของภรรยาอีก แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ทำให้ทั้ง 3 คน รวมถึงเด็กหญิงวัย 12 ปี ลูกสาวคนโตของนายธนภัทรไม่ได้รับอันตราย

แต่ก่อนที่นายธนภัทรจะหลบหนี ได้พาลูกสาววัย 5 ขวบ ที่บาดเจ็บจากการถูกลูกหลง เพราะนอนอยู่กับผู้เสียชีวิตหนีไปด้วย และจากการตรวจสอบบนพื้นบ้านพบปลอกกระสุนขนาด 9มม. 7 ปลอก ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุบริเวณด้านบนบ้าน ก็ได้รับแจ้งจากญาติผู้เสียชีวิตว่า พบรอยเลือดบนคันดินเปื้อนเป็นทางยาวไปถึงโรงเก็บอุปกรณ์ทางการเกษตรของเพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนลำใยของผู้เสียชีวิต จึงคาดว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ ส่วนรอยเลือดน่าจะเป็นของลูกสาว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกระจายกำลังกันปิดล้อมทั้ง 4 ด้าน และรอจังหวะที่จะเข้าประกบตัวคนร้าย แต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะนอกจากจะทำงานลำบาก เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนแล้ว คนร้ายยังมีลูกสาวอยู่ด้วย หากจู่โจมเข้าไปอาจทำให้ตำรวจและเด็กได้รับอันตราย ซึ่งตำรวจพยายามเจรจาต่อรองให้คนร้ายยอมมอบตัว

แต่ปรากฏว่าเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 ครั้ง จากจุดที่คนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ เมื่อสิ้นเสียงปืนตำรวจได้รุกเข้าไปใกล้แล้วส่องไฟไปทางโรงเก็บอุปกรณ์ จึงเห็นว่ามีร่างของนายธนภัทรนอนจมกองเลือด และมีอาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ปลายมือขวา 1 กระบอก ส่วนซ้ายมือในอ้อมกอดมีศพเด็กหญิงถูกพันร่างด้วยผ้าขาวม้าเปื้อนเลือด

จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบเด็กหญิงถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ด้านหลังทะลุหน้าท้อง 1 นัด และที่หน้าแข้งข้างซ้ายอีก 1 นัด โดยน่าจะถูกลูกหลงมาจากในบ้านและทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตกลางทาง ขณะที่พ่ออุ้มพาหลบหนีมาทางในสวน ส่วนคนร้ายมีรอยถูกกระสุนปืนยิงเข้ากลางหน้าอก 2 นัดซ้อน ซึ่งเกิดจากการฆ่าตัวตายเอง โดยคาดว่าเมื่อคนร้ายพาลูกหนีออกมาแล้ว เห็นว่าลูกเสียชีวิตจึงเกิดความเสียใจและรับไม่ได้ที่ตนเองทำให้ลูกต้องตาย จึงฆ่าตัวตายตาม

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายธนภัทรแต่งงานกับนางมนต์ทิพย์ เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาจนมีลูกด้วยกัน 2 คนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ ซึ่งลูกสาวคนโตอายุ 12 ปี ส่วนคนเล็กที่เสียชีวิตอายุ 5 ปี แต่ทั้งสองคนมีปัญหากันจึงเลิกกันไปได้เกือบ 4 ปีแล้ว ต่อมาเมื่อไม่นานนี้นายธนภัทรพยายามโทรมาหาพ่อตา แม่ยายและภรรยา เพื่อขอลูกสาวทั้ง 2 คนไปเลี้ยงดู

สอบสวนทราบต่อว่า แต่อดีตพ่อตากับแม่ยายไม่ยอมให้เอาไปอยู่ด้วยเพราะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจึงรักหลานทั้งสองคนมาก ทั้งนี้ ก็ไม่ได้ห้ามหรือกีดกันที่อดีตลูกเขยจะไปมาหาสู่กับหลาน ๆ เพราะอย่างไรก็เป็นสายเลือดเดียวกัน จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายทิม, นางกาญจนี, เด็กหญิง 5 ขวบ และ นายธนภัทร ไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช พร้อมทั้งเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนของการก่อเหตุสะเทือนขวัญและเศร้าสลดใจที่เกิดขึ้นต่อไป