อดีตกำนันเผาอ้อย ลมแรง-ไฟลามไร่ข้างๆ รีบไปดับ-กลับถูกไฟคลอก “ตายคาไร่อ้อย”

อาชญากรรม ภัยสังคม

วันนี้ (9 มี.ค. 2563) ร.ต.อ.วัฒนา ในพรหมราช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุคนถูกไฟคลอกเสียชีวิต ในไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านสระว่านพระยา หมู่ 3 ต.สระว่านพระยา อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ.ครบุรี พ.ต.ท.ชีวิน กสิกรรม รอง ผกก.ป.สภ.ครบุรี และเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ฮุก 31 ประจำจุดอำเภอครบุรี


ที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อยของชาวบ้านที่ถูกไฟเผาได้รับความเสียหายทั้งแปลงประมาณ 5 ไร่ พบศพ นายสงวน เวชยันต์ อายุ 83 ปี อดีตกำนันตำบลสระว่านพระยา นอนเสียชีวิตอยู่ริมไร่อ้อย สภาพถูกไฟคลอกจนเกรียมทั้งร่าง

พ.ต.อ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ในช่วงสายวันที่ 9 มี.ค. ผู้ตายได้ออกจากบ้านเพื่อมาเผาเศษใบอ้อยภายในไร่ของตัวเอง แต่คาดว่าในช่วงที่เผาเศษใบอ้อยเกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนลามเข้าในไร่อ้อยของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน ประกอบกับมีลมกรรโชกแรง จึงทำให้ไฟยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผู้ตายจึงพยายามที่จะเข้าไปดับไฟที่ลุกลาม คาดว่าสูดดมควันไฟจนหมดสติ ก่อนถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต

ซึ่งจากการตรวจสอบตามร่างกายก็ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือมีบาดแผลที่น่าจะทำให้เสียชีวิต ประกอบกับผู้ตายก็ไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคใดๆ ขณะเดียวกันญาติของผู้ตายก็ไม่ติดใจถึงสาเหตุของการเสียชีวิต หลังจากนี้จึงส่งศพไปชันสูตร ก่อนให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ค้นหาภาษาถิ่น
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น