พ่อ-แม่-ญาติ ปฏิเสธรับศพสาววัย 26 ทำพิธีศาสนาอิสลาม อ้างตัดขาดความสัมพันธ์นานแล้ว

อาชญากรรม ภัยสังคม

จากกรณีที่ น.ส.พิชญา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ “หยา”อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 5 ต.กะหรอ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ทะเลาะกับสามีและน้อยใจใช้ผ้าขาวม้าลายหมากรุกผูกคอตายกับคานไม้ในห้องนอน พบศพเมื่อเวลา 08.15 น.วันที 29 ม.ค.2563

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจาก ร.ต.อ.สุรศักดิ์ อร่ามเรือง ร้อยเวร สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ทำการตรวจสอบทำแผนที่ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อมร่วมกับ พญ.ลีลาวดี เพ็งสุทธิ์ แพทย์เวร รพ.นบพิตำ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น.ส.พิชญา น้อยใจสามี จึงตัดสินใจผูกคอตายด้วยตัวเอง

หลังจากนั้นจึงเชิญสามีของ น.ส.พิชญา ผู้ตายมาสอบสวนปากคำ ทราบว่า น.ส.พิชญา นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ จ.ภูเก็ต แต่มีปัญหาเมื่อ น.ส.พิชญา มาได้สามีเป็นคนไทยพุทธ พ่อแม่และญาติ ๆ จึงไม่ยอมรับ จึงเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นพ่อแม่และญาติ ๆ ประกาศตัดขาดความเป็นพ่อแม่ลูกกันขับไล่ออกจากบ้าน น.ส.พิชญา จึงต้องออกจากบ้านและมาอยู่กินกับสามีในบ้านที่เกิดเหตุ ต.กะหรอ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช

สุดท้ายมีปากเสียงทะเลาะกับสามีเพียงเล็กน้อย จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจตัดสินใจผูกคอตายประชดดังเสียชีวิตคาห้องนอนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุสามีของ น.ส.พิชญา ได้โทรศัพท์ไปแจ้งพ่อแม่ และญาติพี่น้องของ น.ส.พิชญา ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้มารับศพ น.ส.พิชญา ไปบำเพ็ญกุศล ทางศาสนา แต่ทางพ่อแม่และญาติ ๆ ของ น.ส.พิชญา ได้ตอบปฏิเสธไม่ขอยุ่งเกี่ยวใด ๆ เพราะตัดพ่อ ตัดแม่ตัดลูกกันไปนานแล้ว ส่วนศพสามีของ น.ส.พิชญา จะดำเนินการอย่างไรทางพ่อแม่และญาติ ๆ ก็ไม่ขอเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น

ในขณะที่สามีของ น.ส.พิชญา มีฐานะยากจนไม่มีความสามารถที่จะตัดงานบำเพ็ญกุศลศพทั้งทางอิสลามและทางพุทธได้ ในเบื้องต้นจึงนำศพ น.ส.พิชญา ไปฝังที่ป่าช้าวัดนางตรา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยไม่ได้มีการสวดพระอภิธรรมศพหรือดำเนินการทางศาสนาอิสลามแต่อย่างใด ทั้งนี้สามีของ น.ส.พิชญา จะได้ขุดศพมาบำเพ็ญกุศลในโอกาสต่อไป

ขอบคุณภาพ กู้ภัยประชาร่วมใจ เขต อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ยุทธนะ เตมะศิริ นครศรีธรรมราช