หนุ่มโพสต์ภาพตัดต่อหยาม “ย่าโม” ชาวโซเชียลฯ จวกดุเดือด เรียกร้องผู้ว่าฯเชือด

อาชญากรรม ภัยสังคม

วันนี้ ( 1 ก.พ.63) หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เจ๊หล้า รีเทิร์น”ได้โพสต์รูปที่มีการตัดต่อนำเอาภาพใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าเป็นใบหน้าของตัวเอง ไปใส่ลงบนใบหน้ารูปปั้นอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม วีรสตรีผู้กล้า ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมข้อความในลักษณะเหยียดหยาม ระบุว่า

“หันมาไหว้เจ๊ดีกว่า มีดีกว่า…โมโม่เยอะเลย คาถาบูชา นะมัง กะลังมังนังล่า สะมีติเย ท่อง 3 จบแล้วกราบ”

จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโชเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางไปทั่วถึงความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง กระทั่ง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาประณามพร้อมเตรียมดำเนินเอาผิดทางกฎหมายจนถึงที่สุด นั้น

ล่าสุดกลุ่มโซเชียลมีเดียต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา ได้มีการแชร์โพสต์ ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพที่มีการต่อตัดนำภาพใบหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งมาใส่ลงไปแทนใบหน้ารูปปั้นอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) พร้อมข้อความในทำนองเหยียดหยาม ในลักษณะเดียวกันกับ โพสต์ของ “เจ๊หล้า รีเทิร์น” ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก่อนหน้านี้

ซึ่งสร้างความไมพอใจให้กับชาวโลกออนไลน์และประชาชนชาวจ.นครราชสีมา เป็นจำนวนมาก พากันเข้าไปแสดงความเห็นต่อว่าและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกันอย่างดุเดือด

พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้โพสต์ดังกล่าว

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น