มหากาพย์ “ใครทำให้น้องชมพู่ตาย” ลำดับเหตุการณ์แต่ต้นจนถึงวันล่าสุด

อาชญากรรม ภัยสังคม

1.น้องชมพู่เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ได้หายไปจากบ้านเมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ในพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ต่อมาพบเป็นศพเสียชีวิตปริศนาบนเขาภูเหล็กไฟ ซึ่งห่างจากบ้านพักของน้องเพียง 2 กิโลเมตร

2.ก่อนที่น้องชมพู่จะหายตัวไปนั้นได้อยู่กับพี่สาวอายุ 13 ปี ส่วนพ่อกับแม่ได้ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว

3.วันที่ 14 พ.ค.63 ในช่วงบ่ายยายตุน ชาวบ้านจังหวัดสกลนครได้เดินเท้าขึ้นไปเก็บเห็ดหาของป่าบนเทือกเขาภูพานน้อยในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล ได้แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ว่า พบรองเท้าเด็กสีเขียวบนกลางป่าก่อนที่จะนำทางเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดที่พบรองเท้า

4.หลังจากเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสแล้วได้ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงจากจุดพบรองเท้าไปประมาณ 5 เมตร พบศพของน้องชมพู่อยู่ในสภาพเปลือยกายไม่สวมเสื้อผ้า สภาพศพคล้ายกับโดนบีบคอก่อนเสียชีวิตในป่าภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านไปราว 1.7 กม.

5.บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุยังพบเสื้อผ้าตกอยู่ ห่างกันประมาณ 2-3 เมตร เป็นเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีชมพูและกางเกงในสีขาวอีก 1 ชั้น

6.วันที่ 15 พ.ค.63 นายนรินทร์น้าชายของน้องชมพู่ กล่าวว่า ผลจากการผ่าศพพิสูจน์โดยแผนกนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จ.อุบลราชธานี ระบุว่า สภาพศพไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือล่วงละเมิดทางเพศ

ลุงพล

7.วันที่ 18 พ.ค.63 นายไชย์พล ลุงเขยของน้องชมพู่ กล่าวว่า ผลชันสูตรศพครั้งที่ 2 แสดงผลเป็นบวก โดยน้องชมพู่มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศแต่ตรงไหนยังไม่ทราบต้องรอเจ้าหน้าที่ว่าจะตรวจสอบได้มากแค่ไหน

8.วันที่ 19 พ.ค.นายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ บุญญลักษณ์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ได้ยืนยันว่าไม่พบร่องรอยของการทำร้ายร่างกายหรือการร่วมเพศ สำหรับข้อมูลดังกล่าวได้มีการหารือกับแพทย์ทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจแล้วเบื้องต้นก็ไม่มีการขัดแย้งแต่อย่างใด

9.โดยหมอจากทางสถาบันนิติเวช ไม่ได้ระบุว่ามีการทำร้ายร่างกายหรือล่วงละเมิดทางเพศ ระบุเพียง “ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย แต่พบบาดแผลตามร่างกายและอวัยวะเพศ” ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าบาดแผลที่พบเกิดจากทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดหรือสาเหตุใดแน่ชัด

แม่น้องชมพู่

10.วันที่ 20 พ.ค.63 ก่อนที่จะเผาน้องชมพู่ พ่อกับแม่ของน้องชมพู่ได้เคาะโลงบอกน้องว่าให้น้องส่งกระแสจิตมาให้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับคนร้ายให้ได้ให้ตายตกไปตามกันไม่ให้คนชั่วหนีลอยนวลไปได้

11.วันที่ 21 พ.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาตีวงกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องชมพู่รวมทั้งหมด 7 คน

12.ต่อมาได้ตีวงแคบลงมาเหลือเพียง 2 คน คนหนึ่งคนเป็นคนที่ทำหน้าที่เก็บของป่า ตัดต้นไม้ ซึ่งเคยนำตัวมาสอบปากคำแล้วและเจ้าตัวให้ปากคำน่าสงสัยในหลายเรื่อง บางครั้งก็มีการโกหกทางตำรวจด้วย และอีกหนึ่งคนเคยมีประวัติเกี่ยวกับคดีทางเพศมีความหมกมุ่นทางจิตเกี่ยวกับเรื่องเพศและเป็นเพียงคนเดียวจาก 1 ใน 7 คนของผู้ต้องสงสัยที่มีคลิปลามกไว้ในโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก

13.วันที่ 23 พ.ค.นายวี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี 1 ใน 7 ผู้ต้องสงสัย ที่ตำรวจนำเจ้าตัวไปตรวจร่างกายและเก็บดีเอ็นเอ กล่าวว่า ผมไม่มีวันฆ่าน้องชมพู่แน่นอน เนื่องจากตัวเองและแม่น้องชมพู่ก็เติบโตมาด้วยกัน น้องชมพู่ก็เปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง ในวันที่เกิดเหตุตนก็ทำงานไม้อยู่ใกล้บ้านน้องชมพู่ ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 100 เมตรเท่านั้นและไม่ได้ยินเสียงน้องชมพู่ร้องหรือมีคนแปลกหน้าเดินผ่านเข้าไปที่บ้านของน้องเลย

14.ตนไม่มั่นใจ คนร้ายอาจจะอ้อมมาจากทางด้านหลังแล้วทำร้ายน้องหรือปิดปากน้องก่อนที่จะพาน้องขึ้นไปบนภูเขาก็ได้ อยากให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายตัวจริงให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากตอนนี้ชาวบ้านทุกคนต่างระแวงว่าคนร้ายน่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่และเป็นคนในหมู่บ้าน ไม่อยากให้ตำรวจจับแพะ

15.วันที่ 26 พ.ค.63 แม่น้องชมพู่ บอกว่า ทั้งหมอดูและพระหลายท่าน บอกว่า คนร้ายยังอยู่ในหมู่บ้านไม่ได้ไปไหนและยังคงเล่นละครตบตาเจ้าหน้าที่ไปวันๆ ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง สำหรับตนเมื่อก่อนไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือมนตร์ดำแต่ตอนนี้เริ่มที่จะเชื่อแล้ว

16.พระอาจารย์หลายท่านหรือหมอดูหลายคนที่มาพบตน ได้บอกว่า ที่หาน้องชมพู่ไม่เจอตั้งแต่วันที่น้องหายตัวไปนั้นคนร้ายอาจจะมีวิชาเล่นของหรือทำมนตร์ดำบางอย่าง ตนก็แปลกใจกับเรื่องนี้อย่างมากเพราะคนร้ายสามารถทำได้อย่างแนบเนียน หากเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่น่าทำแบบนี้ได้

พ่อน้องชมพู่

17.แม่น้องชมพู่ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมาตนและสามีไม่ค่อยได้จุดธูปบูชาศาลหลังบ้านหรือทำบุญสักเท่าไร ซึ่งหมอธรรมบอกว่าเพราะเหตุนี้พระภูมิเจ้าที่จึงไม่ยอมเปิดทางหรือช่วยให้เจอหลักฐานสักที พอมีหลายคนทักตนมาก็เลยไปบอกกล่าวท่านเพราะตนไม่ค่อยได้ทำบ่อย

18.วันที่ 11 มิ.ย.63 พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า ตอนนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอนั้นออกมาแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียหายต่อรูปคดี

19.ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร อยากเน้นย้ำให้การนำเสนอข่าวที่ออกไปจะสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจของผู้เสียหาย ซึ่งไม่อยากให้ไปซ้ำเติม คดีนี้สำนวนคดีพูดไม่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดูที่สำนวนการสอบสวน ประจักษ์พยาน พยานวัตถุ พยานหลักฐานต้องครบในระดับหนึ่ง

20.วันที่ 17 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจบ้านลุงพลที่เป็นลุงเขยของน้องชมพู่เป็นครั้งที่ 2 โดยมุ่งเป้าไปที่ถุงปุ๋ย ซึ่งลุงพลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บถุงปุ๋ยยูเรีย กระสอบปุ๋ยสีขาว ถุงมือผ้าขอบแดงและเก็บขนเจ้านิคสุนัขบ้านลุงพล

21.ลุงพล เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตนไม่ได้กังวล พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ นอกจากนี้ตนได้เดินทางไปหาแม่ที่สกลนครแล้วเพื่อไปขอกำลังใจจากแม่ สำหรับแม่ดูแกเฉยๆ และค่อนข้างเครียด ทีมข่าวได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ค้นบ้านลุงพลบ้านเดียวแต่ได้ไปค้นบ้านเกือบทุกหลังในหมู่บ้านกกกอกด้วย

22.สำหรับประชาชนที่เฝ้าติดตามคดีนี้ได้แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่สงสัยพ่อแม่ของน้องชมพู่และฝ่ายที่สงสัยลุงพล แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องรอการพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว

23.นอกจากหมอธรรมหมอดูต่างๆ ได้เดินทางมาเยี่ยมพ่อแม่ของน้องชมพู่แล้วยังรวมถึงพระอาจารย์จากหลายที่รวมไปถึงหลวงปู่เดือนชัย ธัมมวิจโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง จ.มุกดาหาร ที่ได้มาทำพิธีและเกิดนิมิตเห็นคนร้ายในคดีน้องชมพู่และยังให้เลขปริศนาธรรมไว้จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

24.เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา นายสิทธิลักษณ์ จิตอาคนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร พร้อมบุคลากรในสังกัดประชุมร่วมกับพระสังฆาธิการ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ได้ตักเตือนว่าหลวงปู่มีวัตรปฏิบัติแสดงออกไม่เหมาะสมแก่สมณวิสัย ซึ่งที่ประชุมได้มีมติขับพระเดือนชัย ธัมมวิจโย ประธานที่พักสงฆ์ถ้ำจารย์ครูภูหินต่างออกจากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

25.จากข้อมูลดังกล่าวมาแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวได้ ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยโดยได้ให้ความเห็นว่าจะมีการจับแพะหรือไม่ เมื่อเกิดความสงสัยคลางแคลงใจในประเด็นนี้ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งหาข้อสรุปของการเสียชีวิตของน้องและเดินหน้าสืบสวนสอบสวนเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อมัดตัวคนร้ายอย่างรอบคอบและระมัดระวังรวมทั้งยังทำงานอย่างหนักและลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

26.สำหรับเรื่องของการปิดคดีนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะหลักฐานจากตัวน้องชมพู่และวัตถุพยานต่างๆ มีน้อยมาก ทำให้คนใกล้ชิดและคนในหมู่บ้านตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกือบหมด หลายคนถูกสอบปากคำซ้ำแล้วซ้ำอีก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บข้อมูลจากปากคำพยานไปแล้วกว่า 900 ปาก เพื่อหาหลักฐานให้ครอบคลุมที่สุดรวมทั้งการรอผลดีเอ็นเอและผลทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วย

27.ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายนริน ชายวัย 48 ปี ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกับน้องชมพู่ ซึ่งเคยมีประวัติทำอนาจารหลานสาววัย 5 ขวบ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีน้องชมพู่หรือไม่ ล่าสุดตำรวจได้ออกมายืนยันแล้วว่าชายคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องคดีน้องชมพู่

28.ในเวลาใกล้เคียงกันก็พบผู้ต้องสงสัยอีกรายเป็นชายเร่ร่อนสติไม่สมประกอบได้เดินลงมาจากเขาภูเหล็กไฟ ใกล้กับบริเวณจุดที่พบศพน้องชมพู่ ชายคนดังกล่าวได้สะพายเป้และหิ้วถุงกระสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบในกระสอบของชายคนดังกล่าว พบเสื้อเด็ก ภาพโป๊ บทสวดคาถาและที่สำคัญยิ่งกว่า คือ พบเส้นผมที่ถูกตัดออกมาเพราะที่ศพของน้องชมพู่ก็มีร่องรอยของการถูกตัดผมออกไปบางส่วนเช่นกัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับคดีน้องชมพู่ก็ได้

29.แม้ว่าคดีจะผ่านล่วงมานานแล้ว การเก็บรวบรวมหลักฐานและพยานบุคคลคนใกล้ชิดกับน้องชมพู่ก็ยังคงอยู่ในความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีข้อสังเกตว่า คนร้ายที่ก่อเหตุนั้นต้องเคยเดินขึ้นลงบนเขาแห่งนี้พร้อมกับทิ้งปริศนาเรื่องเสื้อน้องชมพู่ที่หายไปจากจุดพบศพที่เหลือเพียงกางเกงและรองเท้าแตะเท่านั้น คงต้องตั้งใจที่จะเอาออกไปจากบริเวณเกิดเหตุเพราะหากเป็นคดีข่มขืนคดีอื่นจะต้องพบเสื้อผ้าของเหยื่อในบริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมด เมื่อคดีมีความซับซ้อนและความจริงใกล้ปรากฏมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนปกติ คนบ้าหรือคนวิกลจริตไม่สมประกอบก็อาจเป็นอาชญากรได้เช่นกัน

30.เมื่อวันที่ 10 ก.ค.63 ที่ผ่านมาพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ว่า ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเด็นล่าสุดที่เด็กหญิงเพื่อนของพี่สาวน้องชมพู่ (ที่สื่อบางสำนักได้นำเสนอข่าวนั้น) ให้สัมภาษณ์ว่าความจริงแล้วพี่สาวของน้องชมพู่ไม่ได้นอนหลับ (ที่เคยได้ให้ข้อมูลไว้ว่านอนหลับ) ในขณะที่น้องชมพู่หายตัวไป แต่จริงๆ แล้วพี่สาวของน้องชมพู่นอนคว่ำหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่

31.ทางตำรวจกล่าวว่าประเด็นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดีและแนวทางการสืบสวนสอบสวนอย่างแน่นอน สำหรับการที่สื่อไปสัมภาษณ์เด็กหญิงเพื่อนของพี่สาวน้องชมพู่นั้นเป็นการไม่เหมาะสมแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเด็กหญิงคนดังกล่าวที่สามารถจะทำได้

32.สำหรับคดีนี้ตอนนี้ตัวละครน่าจะเหลือไม่กี่คนแล้ว ใน 2 เดือนที่ผ่านมาคดีนี้ทำให้คนในพื้นที่บ้านกกกอด หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร อยู่กันไม่เป็นสุข ทั้งยังกังวลและกลัวว่าตนจะตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัวหรือเกรงว่าจะเป็นแพะ

33.มาถึงตอนนี้น่าจะใกล้ถึงจุดจบของคดีแล้ว ท่ามกลางความขัดแย้ง ความสงสัยกันเองในบรรดาเครือญาติ โดยล่าสุด นายอนามัยและนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อและแม่ของน้องชมพู่ ได้ออกมาตั้งข้อสงสัยลุงพลหรือนายไชย์พล วิภา ลุงเขยของน้องชมพู่

34.ฝ่ายลุงพลสามีของพี่สาวแม่น้องชมพู่ก็ได้โต้ตอบและตั้งข้อสงสัยกลับไปที่พ่อและแม่ของน้องชมพู่เช่นกันว่า ทำไมไม่ยอมขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟในวันที่พบศพน้องชมพู่ ความเห็นมากมายจากสังคมจึงเอนเอียงมาที่ฝ่ายลุงพลและมองพ่อและแม่น้องชมพู่ในทางลบ

35.ล่าสุดถึงขั้นท้ากันให้ไปสาบานต่อหน้าวัดพระแก้วที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยว่า ถ้าใครโกหกขอให้มีอันเป็นไปและขอเข้าเครื่องจับเท็จกันทั้งหมด

36.ทีมข่าวได้มีการย้อนกลับไปดูข่าวในวันที่พบศพน้องชมพู่ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีข้อสังเกตว่า ลุงพลได้ขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟเพื่อดูศพของน้องชมพู่และมีการร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก

37.ถึงแม้ว่าสังคมจะมีข้อสังเกตหรือข้อสงสัยมากมายในคดีนี้ไม่ว่าจะพ่อแม่หรือลุงเขยของน้องชมพู่ก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ออกหมายจับใครแต่ยังคงทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงต่อไป

38.ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าถึงร้อยละ 80 แล้ว สำหรับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นมีน้อยมากแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ส่วนสาเหตุการชีวิตของน้องชมพู่ว่าจะเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ทางแพทย์นิติเวชก็ยังสรุปไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะด่วนสรุปไปก่อน

39.พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในพื้นที่ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจยุ่งยากมากขึ้น สำหรับเรื่องการปรับปรุงและแก้ไขในเรื่องของการทำงานของสื่อนั้นตนไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ แต่ส่วนหนึ่งของเรื่องความขัดแย้งในบรรดาญาติของน้องชมพู่นั้นก็มาจากการนำเสนอข่าวจากสื่อมวลชนนั่นเอง

40. จากผลแพทย์พบความเป็นได้ในระยะเวลาการเสียชีวิตของน้องชมพู่ คือ เวลาที่เร็วสุดเวลา 14.30 นาทีของวันที่ 12 พ.ค.63 และช้าสุดเวลา 14.30 นาที ของวันที่ 13 พ.ค.63

42.เมื่อวันที่ 13 ก.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ มีการตั้งสมมติฐานไว้ 3 ประเด็น หากผลชันสูตรศพน้องชมพู่ระบุว่าเป็นการเสียชีวิตเองจริง คือ
1.น้องชมพู่อาจเดินหลงป่า และขึ้นไปเสียชีวิตเองด้านบน เพราะในวันที่น้องหายไปอุณหภูมิวันนั้นคือ 42 องศา ซึ่งถือว่าร้อนมาก

2.มีคนพาน้องชมพู่เดินขึ้นไป และอาจะทำให้น้องเสียชีวิตเองเพราะขาดอาหารและน้ำ

3.น้องชมพู่อาจจะเสียชีวิตเองด้านล่างเขา และมีคนนำศพขึ้นไปไว้เพื่อทำการอำพรางคดี และมีการจัดฉาก

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *