“ตม.ไทย” ถอนหมายจับ “บอส”แล้ว – ย้ำ! คนบอยคอต “กระทิงแดง” เพราะภาพลักษณ์ไม่ใช่ธุรกิจ

อาชญากรรม ภัยสังคม

1.เมื่อวันที่ 26 ก.ค.63 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส จนนำไปสู่การถอนหมายจับ

2.พ.ต.อ.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ระบบตรวจคนเข้าเมืองนั้นเมื่อมีเอกสาร “หมายจับ” มา ไม่ว่าเป็นใครก็ตามก็ต้องนำเข้าระบบฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม(blacklist) แต่เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วและมีหนังสือให้ “ถอนหมายจับ” มา เราก็ต้องถอนออกจากระบบ

3.กรณีนี้ สตม. ได้รับหนังสือถอนหมายจับจาก สน.ทองหล่อ มาเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ทาง สตม.จึงได้ทำเรื่องถอนหมายจับออกจากระบบไปเมื่อวันที่ 14 กค.ที่ผ่านมา

4.อย่างไรก็ตามล่าสุดจากการตรวจสอบยังไม่พบว่า นายวรยุทธ ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย พบแต่ข้อมูลเดินทางออกไปนอกประเทศล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 และยังไม่พบเดินทางกลับมาประเทศไทยอีกเลย

5.น.ส.นรากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวและนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “นารากร OnAir” ระบุว่า กลุ่มธุรกิจทีซีพีออกหนังสือชื้แจงว่า บอส วรยุทธ อยู่วิทยา ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัทฯ หลังจากกระแส #SaynoToRedbull (แบนกระทิงแดง) จุดติดแล้ว ถ้าดูจากรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัท 7 คน ก็ถือว่าการชี้แจงนี้ถูกต้อง ไม่มีอะไรผิด แต่ถ้าดูรายชื่อชัดๆ ผู้ถือหุ้น 6 ใน 7 คน ในกลุ่มธุรกิจทีซีพี ใช้นามสกุล “อยู่วิทยา”

6.นายเฉลียว อยู่วิทยา (ล่วงลับไปแล้ว) มีภรรยา 2 คน มีทายาท 11 คน
– ภรรยาคนแรก คือ นางนกเล็ก สดสี (มีลูก 5 คน)
– ภรรยาอีกคน คือ นางภาวนา หลั่งธารา (มีลูก 6 คน)
– นายเฉลิม อยู่วิทยา เป็นบุตรชายคนโตของนายเฉลียว กับนางนกเล็ก นายบอสเป็นคนสุดท้อง

7.รายชื่อผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัททีซีพีทั้ง 7 คน คือ
– 1.สายของภรรยาคนที่ 2 คือ นางภาวนา หลั่งธารา
– 2.นายเฉลิม อยู่วิทยา (พ่อของบอส) ถือหุ้น Redbull GmbH ซึ่งเป็น Redbull ที่จำหน่ายในต่างประเทศ และมีหุ้นส่วนเป็นชาวออสเตรีย

8.ปัจจุบันนายเฉลิมถือหุ้นใน Redbull GmbH 51% ถือครองทรัพย์สินมูลค่า 6 แสน 6 หมื่นล้านบาท อยู่ในอันดับ 2 จาก 20 คน ในรายชื่อมหาเศรษฐีไทย

9.กลุ่มธุรกิจทีซีพี หรือกระทิงแดงในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารของนายสราวุธ อยู่วิทยา เป็นลูกชายคนที่ 10 ของนายเฉลียว ที่เกิดกับภรรยาคนที่ 2 คือ นางภาวนา หลั่งธารา

10.ธุรกิจที่นายเฉลิม อยู่วิทยา (พ่อของบอส) บริหารอยู่คือ บริษัท สยาม ไวเนอรี่ เทรดดิ้งพลัส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มสปาย ไวน์คูลเลอร์ ไวน์ Monsoon Valley เครื่องดื่มแอปเปิลไซเดอร์ แบรนด์ MOOSE และธุรกิจอื่นๆ ที่นายเฉลิม-นางดารณี อยู่วิทยา เป็นผู้ถือหุ้นอีกกว่าสิบบริษัท

11.สรุปว่า นายเฉลียว อยู่วิทยา แบ่งมรดกกระทิงแดงเป็น 2 ส่วนใหญ่
– 1.กระทิงแดงในประเทศไทยซึ่งบริหารในนามกลุ่มธุรกิจ TCP ยกให้ลูกสายนางภาวนา หลั่งธารา (ภรรยาคนที่ 2)
– 2.Redbull ในต่างประเทศยกให้นายเฉลิม อยู่วิทยา ลูกชายคนโตของนางนกเล็ก สดสี (ภรรยาคนที่ 1)

12.นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล สื่อมวลชนอาวุโส คณะกรรมการนโยบาย (ด้านกิจการสื่อสารมวลชน) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chakkrish Permpool โดยมีข้อความบางส่วน ระบุว่า

นายบอส เป็นบุตรนายเฉลิม อยู่วิทยา นายเฉลิมถือหุ้นสัดส่วนเกินครึ่งในบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด นายบอสจึงมีฐานะเป็นทายาทกระทิงแดงโดยสายเลือด และนับจากที่นายบอสขับรถชนตำรวจตายเมื่อ 8 ปีก่อน นายบอสก็คือทายาทกระทิงแดง

ทายาทกระทิงแดง คือชื่อที่สื่อเรียกขานเขามาตลอดนับจากวันนั้น สื่อไม่เคยเข้าใจผิด หรือคิดว่านายบอสเกี่ยวพันกับกลุ่มบริษัททีซีพี และหากประชาชนที่รักความเป็นธรรมจะใช้มาตรการทางสังคม ปฏิเสธสินค้าภายใต้แบรนด์กระทิงแดง หรือสินค้าที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นเรื่องที่เขาแสดงการต่อต้านสินค้ากระทิงแดง ด้วยภาพของทายาทกระทิงแดง ไม่ใช่ภาพของนักธุรกิจ หรือผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัทนี้แต่อย่างใด

อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง มิใช่การยกฟ้อง อันหมายถึงนายบอส ได้ถูกฟ้องต่อศาลในฐานะจำเลยแล้ว และศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง นี่ก็เป็นความไม่เข้าใจ ความไม่ละเอียดถี่ถ้วน ของฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสารทีซีพีอีกข้อหนึ่ง การสื่อสารในภาวะวิกฤต มีเพียงการพูดความจริงเท่านั้นที่จะทำให้ผ่านวิกฤตินั้นไปได้ หากพูดความจริงไม่ได้ ก็สมควรนิ่งเฉยเสีย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *