ระงับเผาศพ! “บิ๊กตู่” สั่งอายัดศพ “จารุชาติ” พยานช่วย “บอส อยู่วิทยา” เพื่อให้สังคมหายสงสัย

อาชญากรรม ภัยสังคม

1.นายจารุชาติ มาดทอง พยานคดี “บอส อยู่วิทยา” ทายาทกระทิงแดง โดยเป็นผู้ให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนว่า เห็น “บอส อยู่วิทยา” ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

2.เมื่อวันที่ 30 ก.ค.63 ได้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.40 น. ที่ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยลักษณะ เป็นทางด้านของนายจานุชาติ ขับขี่รถจักรยานยนต์หมายฮอนด้าเวฟ 125 หมายเลขทะเบียน ครข 221 เชียงใหม่ ตามรถจักรยานยนต์คู่กรณี ฮอนด้าดรีม 7ค 2340 เชียงใหม่ หลังจากนั้นได้นายจารุชาติพยายามขับแซงคู่กรณี และเกิดการเฉี่ยวชน โดยนายจารุวัติเป็นผู้ชนท้าย แล้วเกิดการแฉลบเสียหลักล้มไปชนกับขอบฟุตบาท ทำให้ศรีษะของนายจารุชาติ ไปกระแทกฟุตบาท เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือ ก่อนที่นายจารุชาติ จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

3.หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของนายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งญาติจะมีการฌาปนกิจศพนายจารุชาติในวันที่ 2 ส.ค.นี้ เนื่องจากเห็นว่าการเสียชีวิตของนายจารุชาติ เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ และสังคมยังมีความเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมาก

4.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการอายัดศพของนายจารุชาติ เพื่อนำกลับมาชันสูตรพลิกศพสืบหาการเสียชีวิตเป็นทางการตามข้อเสนอของหลายฝ่ายแล้ว

5.นายเกษม เชื้อเมืองพาน ผู้ใหญ่บ้านวังชมภู หมู่ 15 ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ที่นายจารุชาติ มาดทอง เป็นลูกบ้านอยู่ ได้รับการยืนยันจากนายเกษมว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (2 ส.ค.) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 มาติดต่อขออายัดศพนายจารุชาติ มาดทอง ไปทำการฝ่าพิสูจน์ใหม่จริง แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากทางญาติยังไม่ยินยอม เพราะมีค่าใช้จ่ายการจัดงานเผาศพจำนวนมาก ตอนนี้กำลังเจรจากันอยู่

6.จากการเจรจาล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ได้แจ้งขอให้เลื่อนพิธีออกไปก่อน เพราะจะนำศพไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งทางญาติได้ยินยอมที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ขอทำพิธีบังสุกุลตามขั้นตอนก่อน

7.น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันว่ารัฐบาลจะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในคดีดังกล่าว หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง คนผิดจะต้องได้รับการลงโทษ โดยคดีนี้จะไม่เป็นที่ค้างคาใจของประชาชน นอกจากนี้ ยังต้องไปดูโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมด้วย ว่ามีช่องโหว่หรือไม่ ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ให้สัมคมเกิดข้อกังขากับกระบวนการยุติธรรมของไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *