รวบ 7 เขมร มุดรั้วชายแดน อ้างไม่มีเงินใช้เลยแอบมาหางานในไทย

อาชญากรรม ภัยสังคม

23 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น. พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.กรม.ทพ.12(ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพานที่12) ได้สั่งการให้ พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1205(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1205) ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึกฯ และ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันออกลาดตะเวณและเฝ้าตรวจป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา บริเวณช่องทางธรรมชาติตะเข็บชายแดนพื้นที่ชายแดน ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อาจติดมากับแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนช่องทางธรรมชาติ ของ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา

ต่อมาขณะ เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการร่วม ซึ่งวางกำลังดักซุ่ม อยู่บริเวณไร่อ้อย ท้ายหมู่บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ห่างตะเข็บชายแดนกัมพูชาประมาณ 100 เมตร ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยทั้งชาย-หญิง คาดว่าเป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชากำลังมุดรั้วลวดหนามตะเข็บชายแดนตามช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทยแล้วเดินหลบเลี่ยงเข้าไปในไร่อ้อย

จนท.จึงวางกำลังดักซุ่มบริเวณปากทางไร่อ้อย จนกระทั่งพบกลุ่มชาวกัมพูชาจำนวน 7 คน แยกเป็น ชาย 1 คน หญิง 4 คน เด็กชาย1คน และ เด็กหญิง 1 คน เดินออกมาจากไร่อ้อย จนท.จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมดตรวจสอบพบว่าทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชาไม่มีเอกสารการเดินทางแต่อย่างใด จึงได้ทำการตรวจค้นพร้อมทั้งตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และไม่พบผู้ใดเป็นไข้ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนที่ กองร้อยทหารพรานที่1205 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

จากการสอบสวนเบื้องต้นชาวกัมพูชาทั้งหมดรับสารภาพว่าทั้ง 7 คน เป็นญาติพี่น้องกันมีบ้านพักอาศัยอยู่ในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่มีงานทำและไม่มีเงินใช้จ่าย จึงพากันลักลอบเดินเท้าข้ามตะเข็บชายแดนตามช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทยเพื่อจะไปรับจ้างทำงานคัดแยกรองเท้ามือสองที่ตลาดเดชไทย ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

หลังสอบสวนเสร็จสิ้น จนท.ได้ทำบันทึกพร้อมถ่ายภาพทำประวัติก่อนประสาน จนท.ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา เพื่อนำไปผลักดันกลับประเทศที่บริเวณช่องทางอนุโลม ชายแดน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ต่อไป

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *