ดวลปืนสนั่นงานแต่ง! ตาย 4 สาหัส 1 – เหตุหนุ่มเมืองคอนหึงแฟนสาวเพราะมีหนุ่มมาทัก

อาชญากรรม ภัยสังคม

(27 ก.ย. 2563) เมื่อเวลา 23.30 น.ของเมื่อคืนนี้ (วันที่ 26 ก.ย.63) ร.ต.อ.กำพลพัฒน์ ไพรสณฑ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดจ็บ เหตุเกิดบนถนนคอนกรีตสายโคกเคียน ทุ่งหนองควาย หมู่ 10 ต.ดุสิต หลังรับแจ้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.สภ.ถ้ำพรรณรา, พ.ต.ท.ธวัช เนียมละออง รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.อภิชาติ จันทร์สำเร็จ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.วรเศรษฐ์ ศรีไหม่ สว.สส., พ.ต.ท.สุรพล ภัคดี รอง ผกก.(สอบสวน), พ.ต.ท.สนอง ประมวลศิลป สวป., พญ.คงขวัญ บุญมิ่ง แพทย์เวร รพ.ถ้ำพรรณรา, พ.ต.ท.อมรรัตน์ พลเกษตร จนท.ศพฐ.8 นครศรีธรรมราช, มูลนิธิประชาร่วมใจถ้ำพรรณรา, มูลนิธิกู้ภัย CB ถ้ำพรรณรา, มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งถ้ำพรรณรา และมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์จุดกุแหระ อ.ทุ่งใหญ่

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนคอนกรีตความกว้าง 6 เมตร สายโคกเคียน ทุ่งหมองควาย ใกล้กับบ้านของนายอำพล ทองใหม่ ในพื้นที่หมู่ 10 ต.ดุสิต พบศพ นายอรุณ โพธิ์ถาวร อายุ 31 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ทุ่งต่อ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะซ้ายทะลุขวา 1 นัด บริเวณหน้าอก 9 นัด และโคนขาขวา 1 นัด รวม 11 นัด นอนหงายจมกองเลือดอยู่ในชุดเสื้อคอกลมสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วน เหนือศีรษะนายอรุณพบหมวกแก๊ปสีน้ำเงินตกอยู่ 1 ใบ

ใกล้กันมีศพของ น.ส.ดาราวรรณ มีชัย อายุ 24 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 บ้านวังตลับ ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช แฟนสาวของนายอรุณและเพื่อนของเจ้าสาวในงาน เสียชีวิตในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ใต้ราวนมขวา 1 นัด และเหนือราวนมขวา 1 นัด รวม 2 นัด นอนหงายจมกองเลือดอยู่ในชุดเดรสสีแดงสำหรับใส่ออกงานราตรี

นอกจากนี้ที่ รพ.ถ้ำพรรณา ยังพบผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงมาจากที่เกิดเหตุอีก 2 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ นายณรงค์ฤทธิ์ เทพทอง อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.ดุสิต อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ชายโครงซ้ายทะลุหลัง 1 นัด อยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีเลือดหมู นุ่งกางเกงขาสั้นสีขี้ม้า และนายครรชิต สมวงค์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ดุสิต อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ท้ายทอย 2 นัด อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายเส้นสีขาวน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ส่วนคนเจ็บอีกคนที่เข้าไปห้ามถูกยิงเข้าที่อกขวา 1 นัด ต้นแขนขวา 1 นัด ทราบชื่อ นายสถาพันธ์ สมวงค์ อายุ 25 ปี ลูกชายนายครรชิตอยู่บ้านเดียวกัน มีอาการสาหัส ปอดฉีกขาด ถูกส่งไปรักษาตัวต่อยัง รพ.ทุ่งสง แล้ว

เมื่อตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกกระจายเกลื่อนนับได้ 7 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาด .22 ที่ยังไม่ได้ยิง 1 ปลอก โทรศัพท์มือถือซัมซุงสีขาว 1 เครื่อง โดยตัวเครื่องกับฝาครอบหลุดออกจากกัน นอกจากนี้ยังพบกองเลือดกองใหญ่ตกอยู่ มีเลือดหยดเป็นทาง ใกล้กองเลือดพบซองปืนลูกโม่สีดำตกอยู่ 1 ซอง บนถนนพบรถกระบะอีซูซุโหลดเตี้ยสี่ประตู สีขาว ทะเบียนกน 4353 ตรัง จอดชิดขอบถนนทางด้านซ้าย ด้านหลังรถกระบะอีซูซุยังมีรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฏภ 3061 กรุงเทพมหานคร จอดใกล้กัน ระหว่างช่องว่างด้านท้ายกระบะพบรองเท้าแตะสีน้ำเงินตกอยู่ 1 ข้าง คาดว่ารถเก๋งฮอนด้าแจ๊สน่าจะเป็นของเพื่อนนายอรุณที่มาร่วมงานด้วยกัน เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตามแต่ ไม่พบปืนที่ใช้ก่อเหตุแม้แต่กระบอกเดียว คาดว่าญาติของทั้งสองฝ่ายน่าจะเก็บเอาไปซ่อนไว้ ส่วนอาวุธปืนที่นำมาใช้ก่อเหตุน่าจะมีราว 3 กระบอก คือขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่กำลังไล่เช็กจากคนที่มาช่วยนำคนเจ็บและผู้เสียชีวิตว่าใครหยิบเอาไป

นายกิตติพงษ์ คงทองคำ อายุ 24 ปี และเป็นอาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งถ้ำพรรณา พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ได้มาร่วมงานแต่งของนายธีระยุทธ นุภัทร หรือเบนซ์ เจ้าบ่าว กับ น.ส.สุมินตรา ตุ้นครุฑ หรือน้ำ เจ้าสาว โดยทางเจ้าภาพได้จัดงานเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงานจำนวนมาก กางเต็นท์โค้งขนาดใหญ่ 2 หลัง จัดให้มีดนตรีเพื่อชีวิตวงศิลามาขับกล่อมภายในงาน ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปเต้นพร้อมกับแขกที่มาร่วมงานคนอื่นๆจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็มีคู่ของนายอรุณกับ น.ส.ดาราวรรณ ออกมาเต้นหน้าเวทีด้วยกัน ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเต้นกันอยู่มีเพื่อนชายของ น.ส.ดาราวรรณ เข้ามาทัก นายอรุณเห็นเข้าจึงเกิดความไม่พอใจ

พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวอ้างว่า จากนั้นนายอรุณก็ชักปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวขึ้นมา แล้วกระชากลูกเลื่อน ขึ้นลำปืนในลักษณะเตรียมพร้อมยิงได้ทันที คาดว่าน่าจะเป็นปืนขนาด 9 มม. ก่อนทั้งคู่จะมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้น นายอรุณจึงจับมือแฟนสาวออกไปคุยด้านนอกบริเวณงาน ระหว่างที่ทั้งคู่เดินออกไปก็มีปากเสียงกันตลอดเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร นายสถาพันธ์ สมวงค์ เพื่อนชายของฝ่ายหญิงที่รู้จักกันอยู่หมู่บ้านเดียวกัน เดินตามเพื่อจะออกมาห้าม ทำให้นายอรุณไม่พอใจ ถึงกับชักปืนออกมายิงใส่นายสถาพันธ์ไปหลายนัด กระสุนปืนเข้าที่อกขวาจนนายสถาพันธ์ล้มฟุบจมกองเลือด ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุถึงกับหวีดร้องลั่นตะโกนให้คนมาช่วย

นายกิตติพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังชาวบ้านหวีดร้องเสียงดัง นายครรชิต สมวงค์ พ่อของนายสถาพันธ์ที่มาร่วมงานด้วยรีบวิ่งออกมาดู เมื่อเห็นลูกชายถูกยิงนอนฟุบจมกองเลือดอยู่ต่อหน้า และเห็นนายอรุณยืนทะเลาะกับแฟนอยู่โดยไม่ทันตั้งตัวนายอรุณจึงยิงปืนเข้าใส่นายครรชิตที่มาช่วยลูกชาย จากนั้นทั้งนายครรชิตและนายอรุณก็ยิงปืนดวลใส่กันสนั่นอย่างดุเดือด จนทั้งคู่ล้มฟุบจมกองเลือด และมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยนำร่างนายครรชิต และนายสถาพันธ์ พ่อลูกหามส่ง รพ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้กระสุนปืนยังไปถูกพลเมืองดีที่ไม่รู้เรื่องเสียชีวิตไปอีก 1 คน คือ นายณรงค์ฤทธิ์ เทพทอง ส่วนนายอรุณกับ น.ส.ดาราวรรณ แฟนสาวถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.สภ.ถ้ำพรรณรา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้น่าจะเป็นเรื่องความหึงหวง เนื่องจากแฟนสาวของนายอรุณหน้าตาดี ระหว่างที่ทั้งคู่มาร่วมงานแต่งเพื่อนของฝ่ายหญิง มีเพื่อนชายที่รู้จักกันเข้ามาทัก ทำให้นายอรุณเกิดความหึงหวงขึ้นมา ก่อนทั้งคู่จะมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุนำมาสู่การฆ่ากันตายในครั้งนี้ ส่วนประวัติของนายอรุณเจ้าหน้าที่พบว่า เคยใช้อาวุธปืนยิงตำรวจยศ ร.ต.อ.นายหนึ่งจนเสียชีวิต เหตุเกิดพื้นที่ สภ.ห้วยยอด จากนั้นก็เข้ามอบตัวขอประกันตัวออกมาสู้คดี และอีกไม่นานนายอรุณต้องไปฟังคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ จ.ตรัง

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนจะเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง น.ส.ดาราวรรณ มีชัย ได้มาร่วมถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเก็บไว้ดู้เป็นที่ระลึก และได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กของ น.ส.ดาราวรรณ อยู่หลายภาพ ทำให้ภาพที่ น.ส.ดาราวรรณ โพสต์ในครั้งนี้เป็นโพสต์สุดท้ายก่อนที่จะมาเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่ได้ส่งมาให้แพทย์โรงพยาบาลถ้ำพรรณราชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และจะเรียกพยานทั้งหมดในที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าภาพที่จัดงานมาสอบปากคำเพื่อหาความจริงที่เกิดขึ้นต่อไป.

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *