หนุ่มเมายาคลั่ง! เผาบ้านตัวเอง – ติดอยู่ในบ้าน พี่ชายฝ่าเปลวไฟเข้าช่วย

อาชญากรรม ภัยสังคม

(28 ก.ย. 2563) ร.ต.อ.วิรัตน์ วงค์สอน รอง สว.สอบสวน สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้าน ในพื้นที่ ต.อุ่มเม่า อ.ยางตลาด มีผู้ติดอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.ธีรวุฒิ วงษาอ้วน ผกก.สภ.ยางตลาด พร้อมประสาน นายชยพล วัชระอุดมกุล อุปนายกสมาคมกู้ภัยสามัคคีกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำอุ่มเม่า เทศบาลตำบลโคกศรี และเทศบาลตำบลยางตลาด นำรถดับเพลิง 3 คัน เข้าควบคุมเปลวเพลิงและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่กลางหมู่บ้านท่างาม เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังฉีดสกัดเปลวเพลิงที่กำลังโหมไหม้ที่ชั้นบนของตัวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงไว้ได้ ขณะที่ผู้ประสบเหตุ ทราบชื่อต่อมา นายโชคชัย อายุ 36 ปี ซึ่งติดอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่พบว่าอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบต้นเพลิงเกิดที่บริเวณชั้นบนของตัวบ้าน พบที่นอน หมอน มุ้ง อุปกรณ์ไฟฟ้า ถูกไฟเผาไหม้ได้รับความเสียหายสิ้นเชิง ขณะที่เครื่องเรือน เช่น ขื่อ ไม้กระดาน ฝาผนัง ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เสียหายเป็นบางส่วน

นายสุรกาล อายุ 48 ปี พี่ชายนายโชคชัย กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 07.00 น. นายโชคชัย ซึ่งมีอาการทางประสาท สาเหตุจากเสพยาเสพติดอยู่ในบ้านคนเดียว ไม่มีภรรยา ส่วนตนและพี่น้องคนอื่น ๆ พักอาศัยอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เห็นควันไฟออกมาจากชั้นบนของตัวบ้าน ได้โทรศัพท์บอกตน และตะโกนบอกเพื่อนบ้านให้ช่วยกันดับไฟ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาระงับเหตุ

พอตนวิ่งมาที่บ้านพบประตูหน้าต่างปิดสนิท จึงพังประตูเข้าไป ก่อนที่จะดึงร่างของ นายโชคชัย ที่ติดอยู่ในบ้านชั้นล่างออกมา ก่อนที่จะสำลักควันไฟหมดสติ หรืออาจจะถูกไฟคลอกเสียชีวิต หากเข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน ส่วนสาเหตุคาดว่าน้องชายน่าจะเสพยาจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่งจุดไฟเผาบ้าน และพยายามเผาตัวเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้พยายามจุดไฟเผาบ้านมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ญาติและเพื่อนบ้านเหตุการณ์ห้ามไว้ได้ก่อน

ด้าน นายเกรียงไกร ภูสมมาตร ผู้ใหญ่บ้านท่างาม หมู่9 กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งตนพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)เข้ามาให้ความช่วยเหลือร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย จากนั้นรายงาน นายสันติ จตุพันธ์ นายอำเภอได้รับทราบ

ทั้งนี้ นายโชคชัย อาศัยอยู่บ้านคนเดียว และพฤติกรรมไม่ค่อยปกติ โดยญาติเคยพาไปบำบัดรักษาด้านจิตเวช และทราบจากญาติว่ามีอาการของจิตหลอนเป็นประจำ ก่อนที่จะมาประสบเหตุไฟไหม้บ้านในครั้งนี้ ขณะที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือ ยังมีอาการคลุ้มคลั่งตลอดเวลา

ขณะที่ ร.ต.อ.วิรัตน์ กล่าวว่า เหตุไฟไหม้บ้านหลังนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่วิทยาการอย่างละเอียดอีกครั้งก่อน ว่าเป็นการวางเพลิงโดยใคร หรือเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

ในส่วนของ นายโชคชัย ผู้ประสบเหตุซึ่งติดอยู่บ้านคนเดียวนั้น ทราบว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช เคยเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และทราบว่าช่วงหลังมีอาการจิตหลอนและคลุ้มคลั่งบ่อย จากการสอบถามญาติทราบว่าขาดยา ก่อนที่จะมาประสบเหตุไฟไหม้บ้านดังกล่าว

ภาษาถิ่น เป็นภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อการสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้กัน และอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำ และสำเนียง ภาษาถิ่นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก

ภาษาถิ่น แบ่งได้เป็น 4 ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นกลาง
ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูดที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน

ภาษาถิ่นเหนือ
หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น

ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสานก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ภาษาถิ่นใต้
ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เป็นภาษาถิ่นใต้ ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานีและชุมพร และภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้ เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแตกต่างกันออกไป

ภาษาถิ่นตะวันออก
วิเศษ ชาญประโคน (2550, หน้า 40-41) ได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นตะวันออกว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดจากัน ในท้องถิ่นตะวันออกมี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *